ับทุกคน มีก็แต่ยามอยู่กับเจียงผิงอันที่นางจะแสดงนิสัยด้าน ‘กระตือรือร้นไร้สำรวม’ ออกมา
ร่างของชิวผิงเซิงสะท้าน เหงื่อแตกพลั่กย้อมหน้าผาก อย่าว่าแต่ออมมือให้เขาเลย แต่ปรายตามองปราดเดียว อีกฝ่ายก็ฆ่าเขาได้แล้ว!
ขณะนั้น เฉียนฮวั่นโหรวสังเกตเห็นบางสิ่ง ปราณในกายถูกเก็บกลับไป
ร่างผึ่งผายของชายร่างสูงผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
ยามหลัวซู่เห็นว่าผู้มาคือเจียงผิงอัน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไป “ข้าบอกให้เจ้าไปเก็บตัว ไฉนจึงออกมา!”
“ข้าไม่กลัวคำท้าทายใดจากบุคคลร่วมขอบเขตหรอก”
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ ด้วยน ้าเสียงสุขุมยิ่ง
เขาเดินบนเส้นทางไร้เทียมทาน หากเขากลัวบุคคลขอบเขตเดียวกัน ดวงจิตแห่งเต๋าของเขาก็จะสลาย
อย่ามองว่าดวงจิตแห่งเต๋าเป็นเพียงนามธรรม มันมีอยู่จริง เพราะดวงจิตแห่งเต๋าพังทลาย บางผู้จึงมีการฝึกฝนค้างเติ่งกับที่ไปชั่วชีวิตยามต่อสู้ก็เปี่ยมช่องว่างเสียอำนาจ
หลัวซู่รำพึงอย่างจนใจ “เรื่องนี้มิเกี่ยวกับกลัวหรือไม่ แต่เป็นอำนาจของปราณเซียน เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจได้เลย”
“ครั้งก่อนที่เคหาสน์เทพจันทรามาท้าทาย เถียนซีมีปราณเซียนเพียงเสี้ยว แต่พลังต่อสู้ก็โถมทวียิ่งใหญ่ ทว่าชิวผิงเซิงมีปราณเซียนเต็มกายเลยนะ!”
เจียงผิงอันทำเหมือนไม่ได้ยินวาทะของหลัวซู่ ก้าวสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังลานประลอง
ชิวผิงเซิงรีบลุกขึ้นจากพื้น ชำเลืองเฉียนฮวั่นโหรวอย่างใจเสียหากเขาเอาชนะเฉียนฮวั่นโหรวมิได้ เขาก็เอาชนะเจียงผิง