ิงอันที่ข้างกัน
“เขาล่ะ ขอบเขตเขาก็ร่วงหล่นเหมือนเจ้าหรือไม่?”
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัว “มิใช่ เขาอยู่ในขอบเขตนี้อยู่แล้ว”
“มิน่าเล่าเขาจึงแข็งแกร่งนัก เพราะมีเจ้าเลี้ยงดูมานี่เอง”
หลัวซู่เหมือนจะพบเหตุผลแล้วว่าไฉนเจียงผิงอันจึงแข็งแกร่งนัก
“อาจารย์เข้าใจผิดแล้ว ความยอดเยี่ยมของเขามิใช่ข้าเลี้ยงดูเขาเป็นเช่นนี้มาแต่แรกแล้ว”
เฉียนฮวั่นโหรวอธิบาย
หลัวซู่คิดไปว่าเฉียนฮวั่นโหรวถ่อมตัว จึงไม่พูดเรื่องนี้อีก แล้วเหินมากุมมือเฉียนฮวั่นโหรวยิ้ม ๆ
“ข้าเคยคิดว่าเจ้าสุขุมและมั่นคงเกินไป มิอาจเป็นผู้เยาว์ได้ ภายหน้าเราเรียกกันฉันพี่น้องเถิด”
“เรื่องนี้…”
“ข้าไม่สนใจ น้องหญิงเฉียนกลัวอะไร ภายหน้าน้องหญิงเฉียนจะเป็นรองประมุขศาลานะ!”
หลัวซู่ยินดีกับการทะลวงขอบเขตของเฉียนฮวั่นโหรวยิ่ง นางบาดเจ็บอยู่ และศาลาเติงเซียนยังเสียผู้อาวุโสไปคนหนึ่ง แรงกดดันต่อศาลาสูงล ้ามหาศาล
การทะลวงขอบเขตของเฉียนฮวั่นโหรวมิต่างจากการช่วยเหลือยามยาก ตรงเวลาและช่วยแบ่งเบาแรงกดดันได้มากนัก
เฉียนฮวั่นโหรวพยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้ แต่พี่หญิงอายุมากกว่าเจ้านะ”
“ฮ่า ๆ เรียกพี่หญิงเฉียนก็ได้”
หลัวซู่มิได้สนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เลย
เฉียนฮวั่นโหรวพลันนึกอะไรได้ สีหน้าของนางเปลี่ยนสู่เคร่งขรึมเล่าเรื่องของพวกเถียนซีให้หลัวซู่ฟัง
เมื่อหลัวซู่ได้ยินว่าบุตรีเจ้าเคหาสน์เทพจันทราผิดมนุษย์ไป แต่นางยังมีสติกับตัว ก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
“ข้า