ู้เข้าประเมินร้อยกว่าคนล้วนมองเจียงผิงอันด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
เจ้านี่น่าโมโหนัก เลือกโจทย์ยากเช่นนี้มาเสียได้
อย่าว่าแต่จะออกมาจากค่ายกลได้เร็วหรือไม่ แค่ให้ข้ามผ่านความกลัวยังยากยิ่งเลย
ความกลัวนี้อาจจะเป็นคู่ต่อสู้รับมือยาก หรือจะเป็นผู้ฝึกตนแข็งแกร่งที่คนผู้นั้นประจักษ์เห็นฤทธาจึงเกิดความกลัวก็ได้
ต่อให้ศัตรูจะปรากฏในขอบเขตเดียวกัน ก็มิใช่ผู้ที่จัดการง่ายอย่างเห็นได้ชัด
เจียงผิงอันมองหัวข้อตรงหน้าอย่างไร้อารมณ์
ไม่ว่าเขาจะเลือกอะไร ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม
เขามีสังหรณ์ร้ายในใจ การได้วิชาจำแลงเซียนมาอาจมิง่ายเสียแล้ว
ประมุขศาลาใหญ่เอ่ยช้า ๆ “การต่อสู้กับความกลัวก็คือต้องหันหน้าเผชิญความกลัว ข้าหวังว่าพวกเจ้าแต่ละคนจะไม่สนใจผลลัพธ์สุดท้าย ใช้การประเมินนี้เป็นการขัดเกลาอย่างหนึ่ง”
“หากเจ้าก้าวข้ามความกลัวในใจได้ ประโยชน์จะเกิดมากมาย”
อักขระลึกลับตัวแล้วตัวเล่าลอยมาตรงหน้าปวงชน ก่อเป็นม่านเขตค่ายกลคล้ายม่านอาคมร้อยสิบสามแห่ง
“การประเมินด่านที่สองเริ่ม ณ บัดนี้ ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะผ่านการประเมิน ได้วิชาจำแลงเซียนกันนะ”
สิ้นเสียงของประมุขศาลาใหญ่ ผู้ฝึกตนทั้งร้อยสิบสามก็พุ่งเข้าสู่ค่ายกล
มิเพียงครั้งนี้ต้องข้ามผ่านความกลัว ยังมีกำหนดเวลาด้วย
หากติดสิบอันดับแรกมิได้ ก็เท่ากับถูกตัดสิทธิ์
ชิวผิงเซิงหาได้รีบร้อนไม่ เขาเดินช้า ๆ ไปหาค่ายกล
ด่านแรกเขาไม่ได้คะแนนเต็ม ดังนั้นศึกนี้เขาต้องออกมาคนแร