เจียงผิงอันลือนามในศาลาเติงเซียนยิ่ง แต่เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนไม่รู้เรื่องของเขามากนัก
ทราบเพียงว่าเขาเป็นผู้ฝึกจิต มีพลังวิญญาณแข็งแกร่ง และมีวรยุทธ์พิเศษที่สามารถเรียกภาพฉายของผู้อื่นมาช่วยต่อสู้ได้
แต่แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่ง ก็ไม่มีทางเอาชนะอัจฉริยะระดับเถียนซีได้เลย
ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาทั่วทั้งศาลาเติงเซียน บางทีคงมีเพียงเฉียนฮวั่นโหรวผู้สร้างขอบเขตฝึกฝนของตนเองเท่านั้นที่จะเทียบชั้นเถียนซีได้
เจียงผิงอันมิได้สนใจการต่อสู้เช่นนี้ เขาจะเข้าร่วมศึกหรือไม่ก็ได้หามีความหมายต่อเขามากนัก
“เสี่ยวเซียง เจ้าพยายามอีกหน่อยดีกว่านะ”
เจียงผิงอันปฏิเสธอย่างสุภาพ
เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยปาก “ในการประลองนี้ ฝ่ายชนะจะได้รับป้ายคำสั่งเคหาสน์เซียน มีโอกาสได้รับมรดกเซียนนะ”
เจียงผิงอันเงียบไปสามลมหายใจ จึงตอบว่า “เสี่ยวเซียง เจ้าคงเหนื่อยมากแล้ว ไปพักเถอะ ข้าจัดการเอง”
ปวงชน “…”
หน้าไม่อายเสียนี่กระไร
เมื่อครู่ยังให้คนของตัวเองเหนื่อยต่ออยู่เลย แต่พอได้ยินว่ามีผลประโยชน์ก็เสนอตัวเชียวนะ
แต่ปวงชนก็เข้าใจได้ ใครบ้างไม่อยากได้ป้ายคำสั่งเคหาสน์เซียน
ในศาลาเติงเซียนมีโอกาสมากมายไร้สิ้นสุด ทั้งศาสตราเซียนโอสถเซียน วรยุทธ์เซียน… หากได้มาสักอย่างก็ทะยานสู่ฟ้า เปลี่ยนชะตาชีวิตได้ ผู้ฝึกตนคนใดไม่หวั่นไหวบ้าง?
เฉียนฮวั่นโหรวยกยิ้ม เหินออกจากอาคมมาหาเจียงผิงอัน
“รีบ ๆ หน่อยนะ อีกครึ่งวัน ค่ายกลเคลื่อนย้ายไปย