“นั่นสิ มันไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องมันมาบ้าง เห็นว่านอกจากด่านพลังเทพขั้นกลางล้ว มันก็เข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏมิติ 3 ประการ…แต่อย่างไรศิษย์พี่ฉีอวี่ก็เข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏแห่งลม 3 ประการเช่นกัน ในเมื่อด่านพลังสูงกว่าเป็นขั้นเช่นนี้ มันก็มีแต่แพ้กับแพ้เท่านั้น..”
“ข้าเองก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าไฉนมันถึงกล้ารับคำท้าของศิษย์พี่ฉีอวี่ทั้งๆที่ระดับพลังต่างกันเป็นขั้น…”
…
ถึงแม้เหล่าศิษย์นิกายหมอกเร้นลับจะไม่เข้าใจ ว่าไฉนต้วนหลิงเทียนถึงได้ยอมรับคำท้าสู้ครั้งนี้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับความคึกคักและอยากรู้อยากเห็นของพวกมัน
“อัจฉริยะ ตายเพราะความวู่วามกันมานักต่อนักแล้ว”
หลายคนได้แต่มองแผ่นหลังสีม่วงที่เข้าสู่แท่นยอดยุทธ์ด้วยสีหน้าสงสารพลางส่ายหน้าไปมา
และท่ามกลางสายตาของผู้คน ต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างติดตามฉีอวี่ จนร่อนลงไปยังสังเวียนย่อย 1 ใน 19 สังเวียนบนแท่นยอดยุทธ์ และยังเป็นสังเวียนที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย
สังเวียนขนาดใหญ่แห่งนี้ เรียกว่าตั้งอยู่ตรงกลางเลยก็ว่าได้ และมีสังเวียนย่อยอีก 18 สังเวียนที่มีขนาดเล็กกว่าลอยล่องอยู่โดยรอบ ให้ความรู้สึกเสมือนดาวล้อมเดือนอยู่บ้าง
หลังฉีอวี่ลงไปยืนบนสังเวียน มันก็มองต้วนหลิงเทียนที่ติดตามขึ้นสังเวียนอย่างใจเย็น
และพอเห็นว่าต้วนหลิงเทียนยังคงดูสงบเฉยเมยอยู่ได้ ฉีอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นใจขึ้นมา