จากนั้นเมื่อฉีอวมอบป้ายบันไดสวรรค์ให้อาวุโสและกล่าวลาอาวุโสเฒ่าแล้วเสร็จ มันก็เห็นร่างมาหาถัง เขียนด้วยท่าทางที่มันคิดว่าสง่างามที่สุด ยังคลี่ยิ้มบางๆกล่าวถามเสียงอ่อนว่า “ศิษย์น้องหญิงอู่เยียน เจ้าพึ่งออกมาจากบันไดสวรรค์หรือพึ่งจะมาถึงเล่า?”
“ศิษย์พี่ฉอวี”
ถังอู่เยี่ยนกล่าวทักฉือว ก่อนจะตอบว่า “ข้ายังไม่ได้เข้าไปในบันไดสวรรค์
“ยังไม่ได้เข้าไปหรือ?”
ฉือวี่ผงะไปเล็กน้อย ค่อยถามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “แล้วเจ้าพร้อมจะเข้าไปหรือยัง ข้าจําได้ว่าครั้งก่อน ศิษย์น้องหญิงอู่เยี่ยนแม้จะยังขึ้นไปไม่ถึงขั้นที่ 8 แต่เจ้าก็สามารถรั้งอยู่ในขั้นที่ 7 ได้นานสองนาน กระทั่งเวลาที่เจ้ารั้งอยู่เกือบทําให้เจ้าติด 1 ใน 10 อันดับแรกของการแข่งขันไต่บันไดสวรรค์ได้แล้ว…”
“คราวนี้ศิษย์น้องอู่เยี่ยนต้องมีโอกาสติดอยู่ใน 10 อันดับแรกแน่!”
ฉือวคลี่ยิ้มยิงฟันขาว กล่าวอวยว่า “ดูเหมือนวันนี้ข้าจะถูกลิขิตไว้ ให้เป็นประจักษ์พยานช่วงเวลาที่ศิษย์น้องหญิงอู่เยียนเฉิดฉายแล้วแน่แท้…”
ยามอยู่ต่อหน้าถังอู่เยี่ยน ฉือที่เรียกว่ากลายเป็นคนมากอัธยาศัยและช่างเจรจานัก
ทําไมน่ะหรือ?
เพราะเรื่องที่ถือวชมชอบถังอู่เยียนนั้นไม่ได้เป็นความลับในนิกายหมอกเร้นลับฝ่ายใน กระทั่งทั่วทั้งนิกายหมอกเร้นลับก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้ทําให้ศิษย์ชายหลายคนที่แอบชอบถังอู่เยี่ยนไม่กล้าแสดงตัว
เนื่องเพราะพวกมันกลัวฉีอวตามราวีกันท่า!