หลังได้ฟังเรื่องราวจากถังชง ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงมู่หรงสุยเฟิง คณบดีสถานศึกษาหมอกเร้นลับของเมืองวายุสวรรค์ขึ้นมา…ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะทําเพื่อเขามากขนาดนี้
และเขาก็ไม่ได้สงสัยในคําพูดของถังชง
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องใหญ่แบบนี้ หลังเข้าสู่นิกายเพียงไปสอบถามดู เขาก็รู้ได้ไม่ยาก
แถมยังชุนไม่จําเป็นต้องโกหก
“อีกไม่ไกล ก็จะถึงพื้นที่นิกายแล้ว”
ภายใต้การนําของถังชง ต้วนหลิงเทียนก็เห็นร่างมาถึงพื้นที่ป่ารกชุด อันมีต้นไม้สูงใหญ่ราวกับด่ารงอยยู่มานานนับหมื่นนับแสนปี อีกทั้งยิ่งล่วงล้ําลึกเข้ามาในป่ามากเท่าไหร่ หมอกก็จะเริ่มหนาขึ้นมากเท่านั้น
ในอดีตต้วนหลิงเทียนก็เคยเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลางของสถานศึกษาหมอกเร้นลับแล้ว ยังมีขุมกําลังอื่นๆ มากมายในระนาบเทวโลกที่มักใช้ม่านหมอกบดบังสถานที่ อย่างไรก็ตามทุกที่ๆเขาเคยไปม่านหมอกนั้นก็มีแค่ไม่กี่ชั้นเท่านั้น
แต่ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนที่ติดตามถึงชงมา เขาสัมผัสได้ว่าได้พุ่งผ่านม่านหมอกชั้นต่างๆไปนับสิบๆชั้นแล้ว แถมชั้นหลังๆยิ่งมาหมอกก็ยิ่งหนาขึ้นทุกขณะ เรียกได้ว่าทัศนวิสัยในปัจจุบันมันไม่ถึง 100 หมีด้วยซ้ํา กระทั่งสํานึกเทวะของเขาก็ถูกจํากัดไว้
เห็นได้ชัดว่าหมอกเหล่านี้เป็นผลจากค่ายกลแน่นอน
“ถึงแล้ว”