“นอกจากนั้นนิกายหมอกเร้นลับเราก็ไม่ได้มีแค่ค่ายกลพิทักษ์ชั้นนอกเท่านั้น ยังมีค่ายกลพิทักษ์ชั้นในอีก ด้วย…เจ้าลองมองไปดูเถอะ สังเกตเห็นม่านหมอกบางๆที่ปกคลุมตัวเกาะอีกชั้นอย่างยากจะมองเห็นหรือไม่? แม่เจ้าอาจคิดว่านั้นเป็นเพียงหมอกที่เกิดจากธรรมชาติ แต่ที่จริงแล้วก็เป็นผลจากค่ายกลป้องกันเช่นกัน…”
“และจุดนี้ หากไม่มีป้ายประจําตัว ก็ไม่อาจล่วงล่าผ่านเข้าไปได้เด็ดขาด”
“ถึงแม้ข้าจะพาเจ้าผ่านค่ายกลพิทักษ์ชั้นนอกมาได้ แต่ข้าเองก็ไม่อาจพาเจ้าผ่านค่ายกลิพิทักษ์ชั้นในได้…หากเจ้าคิดจะผ่านค่ายกลชั้นใน จ่าต้องได้รับการอนุญาตจาก โถงผู้พิทักษ์ก่อนสถานเดียว”
พอกล่าวถึงจุดนี้ ถังชงก็เริ่มอธิบายให้ต้วนหลิงเทียนฟังด้วยน้ําเสียงเคร่งขรึม “โถงผู้พิทักษ์นั้น เป็นดั่งผู้พิทักษ์ของนิกายหมอกเร้นลับเราก็ว่าได้…หน้าที่ของโถงผู้พิทักษ์มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือปกป้องนิกาย”
“และผู้คนของโถงผู้พิทักษ์ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้จงรักภักดีต่อนิกายทั้งสิ้น…หรือกล่าวให้ชัดก็คือ ทั้งหมดเป็นพวกเดนตาย”
ขณะกล่าวถึงจุดนี้ ถังชุนก็หันรีหันขวางรอบๆอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกล่าวบอกประโยคหลังให้ต้วนหลิงเทียนฟังด้วยการส่งเสียงผ่านพลัง
“ทุกคนล้วนเคยสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อนกาย…หากกล้าผิดค่าสาบาน ก็มีแต่หนทางตายสถานเดียว”