และการแนะนําของนิกายหมอกเร้นลับก็เป็น โอกาสเท่านั้น เรื่องจะเข้าสู่ขุมกําลังระดับจักรพรรดิเทพในฐานะชนชั้นอาวุโสทั่วไปได้หรือไม่ ยังต้องดูพลังฝีมือส่วนตัว
“ช่วงนี้เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ…หนึ่งเดือนหลังจากนี้ ข้าจะแจ้งไปยังนิกายหมอกเร้นลับให้ส่งคนมารับเจ้า”
มู่หรงสูเฟิงกล่าวบอกต้วนหลิงเทียน ขณะเดียวกันก็รินสุราเดิมจอกของต้วนหลิงเทียน
“ขอบคุณท่านคณบดี”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวขอบคุณอีกครั้ง
หลังจากนั้นมู่หรงสุยเฟิงก็ชวนต้วนหลิงเทียนคุยไปเรื่อย เมื่อสุราในจอกต้วนหลิงเทียนหมดลงก็คอยรินเต็ม คุยไปคุยมาก็เริ่มกล่าวถามถึงความเป็นมาของต้วนหลิงเทียน
ต่อหน้ามู่หรงสุยเฟิง ต้วนหลิงเทียนก็ไม่คิดเล่าเรื่องปั้นแต่งอย่างที่เคยใช้ในหมู่บ้านสกุลต้วนทิศใต้กับเมืองหลินซานออกไป เพราะมู่หรงสุยเฟิงนั้นเป็นรองประมุขนิกายหมอกเร้นลับที่เข้าถึงข้อมูลของนิกายฟ้าจรัสแสงได้
นอกจากนั้นเขาเองก็กําลังจะเข้าสู่นิกายหมอกเร้นลับ ให้บอกว่าเป็นศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงก็เหลวไหลใหญ่แล้ว
“ท่านคณบดี กล่าวไปข้าเองก็พึ่งมาถึงดินแดนดาราพิศวงได้ไม่นาน…อีกทั้งข้าไม่เคยบอกความเป็นมาที่แท้จริงของข้ากับผู้ใด”
ต้วนหลิงเทียนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ค่อยกล่าวต่อ “คณบดีดูแลข้ามากแล้ว ข้าเองก็ไม่อาจโกหกท่านได้…อันที่จริงข้าไม่ใช่คนของดินแดนดาราพิศวง”
“หืม? ไม่ใช่คนของดินแดนดาราพิศวงรี?!”