เมื่อครู่ตอนที่จ้งเค่อฉีปรากฏตัวออกมาและเริ่มกล่าววาจาข่มขู่ มันก็กังวลว่าต้วนหลิงเทียนจะบังเกิดความกริ่งเกรงพอดี แต่พอมาได้ยินคำถามนี้ของต้วนหลิงเทียน ความกังวลใดๆล้วนมลายหายกลายเป็นโล่งใจ และในขณะเดียวกัน มันก็กล่าวส่งเสียงผ่านพลังไปถึงต้วนหลิงเทียนว่า “ต้วนหลิงเทียน อย่าได้กังวลอันใด…ถึงแม้เจ้าจะทำให้มันไม่พอใจ แต่อาศัยตระกูลจ้งก็ไม่อาจฟาดงวงฟาดงาในสถานศึกษาหมอกเร้นลับแห่งนี้ได้ อีกทั้งท่านคณบดีก็จักปกป้องเจ้าสุดกำลัง”
“ตระกูลจ้งนั่น มันมีหรือจักกล้า!”
“นอกจากนั้นด้วยพรสวรรค์และความเข้าใจของเจ้า มิแน่ท่านคณบดียังอาจจะรับเจ้าเป็นศิษย์ด้วยซ้ำ…เมื่อเจ้ากลายเป็นศิษย์ของท่านคณบดีแล้ว พอถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ตระกูลจ้ง ให้ตระกูลใหญ่ทั้งหมดในเมืองวายุสวรรค์มัดรวมกันมา ก็ไม่มีความกล้าพอจะแตะต้องเจ้า!”
ซูเฟิงหยางพอกล่าว ก็ยกอ้างคณบดีของสถานศึกษาหมอกเร้นลับออกมาเป็นหลักประกันทันที
คณบดีสถานศึกษาหมอกเร้นลับ?
ได้ยินคำพูดผ่านพลังของซูเฟิงหยาง ต้วนหลิงเทียนก็ย้อนนึกถึงเรื่องราวในงานประมูลตระกูลโจวเมื่อครึ่งเดือนก่อนทันที วันนั้นเขาเองก็ได้ยินคำพูดด้วยน้ำเสียงไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาของ มู่หรงสุยเฟิง คณบดีของสถานศึกษาหมอกเร้นลับชัดถนัดหู บ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม และสมควรเป็นผู้ที่มีพลังฝีมือกล้าแข็งพอตัว…