“จะอย่างไรก็ช่าง…ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าในสถานศึกษาหมอกเร้นลับเรา จะมีตัวตนที่ร้ายกาจเยี่ยงต้วนหลิงเทียนปรากฏขึ้นมาได้”
“ข้าอยากรู้นักว่าต้วนหลิงเทียนยังมีพลังสายเลือดด้วยหรือไม่…หากมี เช่นนั้นสุ่มชี้นักศึกษาในหอพักระดับกลางคนไหนมาก็คงเอาชนะได้ง่ายๆ แต่หากไม่มี อาศัยพลังเท่าที่เปิดเผยออกมา เกรงว่ายังไม่ใช่ศัตรูของ 3 คนนั่น”
“3 คนนั่นจะอย่างไรก็ร้ายกาจมากพอช่วงชิงหอพักระดับสูงด้วยซ้ำ แต่เพราะกริ่งเกรงภูมิหลังความเป็นมาของ 3 คนในพอหักระดับสูง พวกมันจึงไม่ได้ไปท้าชิง…”
…
เห็นฉากดังกล่าว ซูเฟิงหยางกับอาจารย์คนอื่นๆของสถานศึกษาหมอกเร้นลับก็พูดไม่ออกอยู่บ้าง
“ต้วนหลิงเทียน”
ซูเฟิงหยางหันไปมองต้วนหลิงเทียน คลี่ยิ้มฝืนๆกล่าวว่า “หากเจ้าคิดท้าทายคนอื่นๆในหอพักระดับกลาง ผู้อื่นอาจชะลอเวลาเพื่อเลี่ยงการประมือกับเจ้าได้…แต่หากเจ้ารีบจริงๆ ข้าเกรงว่าเจ้าจักมิมีทางเลือกอื่นนอกจากท้าทาย 3 คนที่แข็งแกร่งที่สุด”
“ข้าไม่มีปัญหา”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
“ข้าพึ่งส่งข้อความไปถามหงจวิน”
ทันใดนั้นเองอาจารย์แซ่หยวนที่ยืนอยู่ข้างๆซูเฟิงหยาง พลันมองไปที่ต้วนหลิงเทียนแล้วกล่าวว่า “หงจวินก็เป็นนักศึกษา 10 ดาวในหอพักระดับกลาง…หากเจ้าท้าทายมัน มันก็ยินดีรับคำท้า และสามารถมาประลองกับเจ้าที่นี่ตอนนี้ได้เลย”
“เจ้าว่าอย่างไรเล่า?”