“ตัวตนเช่นมัน แม้จะไปขอเข้าร่วมขุมกำลังระดับจอมราชันเทพโดยตรง ข้าเชื่อว่าไม่มีขุมกำลังไหนไม่ยินดีต้อนรับมัน กระทั่งยังยินดีจะทุ่มทุนส่งเสริมมันด้วยซ้ำกระมัง?”
…
พอเหล่านักศึกษา 10 มองไปยังต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง สายตาแต่ละคนก็ฉายถึงความนับถือไม่น้อย โดยเฉพาะหลิวจินที่รู้จักต้วนหลิงเทียนเป็นคนแรก ตอนนี้ก็ยืนอึ้งอ้าปากค้างไปแล้ว เพราะมันสุดที่จะจินตนาการได้ออกจริงๆว่าต้วนหลิงเทียนจะร้ายกาจขนาดนี้
นับว่าอาจารย์ซูเฟิงหยางไม่ได้โกหกมันจริงๆ!
“มันจบแล้ว”
ท่ามกลางสายตาของทุกคน มือขวาต้วนหลิงเทียนที่กดลงก่อนหน้า พลันหุบลงคล้ายจะกำหมด
“เมตตาด้วย!!”
เห็นฉากดังกล่าว สีหน้าซูเฟิงหยางก็เปลี่ยนไปทันที ยังเร่งตะโกนออกมาอย่างเสียงดังลั่น
ด้านอาจารย์สถานศึกษาหมอกเร้นลับคนอื่นๆ ก็หน้าเปลี่ยนสีไปไม่ต่าง โดยเฉพาะอาจารย์แซ่หยวนที่สนิทสนมกับติงเหยียน เพราะตอนนี้ต่อให้มันคิดจะลงมือช่วยเหลือ ก็สายเกินไปแล้ว!
เปรี๊ยงง!!
เปรี๊ยงง!!
…
เสียงอัสนีฟาดผ่าดังลั่น เป็นกำแพงอัสนีทั้ง 6 แนวที่เกาะตคัวเป็นกล่องกักขังร่างติงเหยียนเอาไว้พลันระเบิดพลังสายฟ้าอันเกรี้ยวกราดออกมา ปานพลุไฟสว่างไสว ย้อมฟ้าให้เจิดจ้าในบัดดล มองไกลๆแล้วเป็นอะไรที่แลดูงดงามไม่น้อย!
“โอ๊ยยยย!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนพลันดังขึ้น “ยอมแล้ว! ข้ายอมแพ้แล้ว!!”