นอกจากหัวข้อนี้แล้ว ยังมีประเด็น ผู้อาวุโสลำดับ 2 ของนิกายหมื่นปีศาจ หานลี่กัง อีกด้วย “ข้าได้ยินมาว่า อาวุโสรองของนิกายหมื่นปีศาจหานลี่กัง ถึงกับคุกเข่าขอขมา คุณหนู ผู้นั้นกลางโรงประมูล…แถมยังเห่าเสียงสุนัขได้เหมือนอีกด้วย ช่างเป็นราชาเทพขั้นสูงที่น่าสมเพชยิ่งนัก!”
“เหอะๆ เจ้าก็พูดไป…หากเจ้าเป็นมัน หรือเจ้าจะแข็งข้อต่อต้านยอดฝีมือจอมราชันเทพผู้นั้นเล่า? เจ้าคิดว่าศักดิ์ศรีมันสำคัญกว่าชีวิตหรือไร?”
“ใช่ ข้ายังคิดว่าหานล่กังผู้นั้นนับว่ายืดได้หดได้ เป็นผู้ฉลาดที่รู้สถานการณ์…กว่ามันจะฝึกปรือจนบรรลุถึงราชาเทพขั้นสูงได้ก็ไม่ง่ายเลย หากต้องมาตายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนี้ ก็ไม่คุ้มอย่างแรง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
…
หานลี่กัง อาวุโสลำดับ 2 ของนิกายหมื่นปีศาจ แม้การกระทำในโรงประมูลตระกูลโจวจะทำให้มันต้องอับอายขายหน้า แต่คนส่วนใหญ่ในเมืองวายุสวรรค์ก็พอเข้าใจได้
เมื่อวันเวลาผ่านไป เรื่องราวในงานประมูลตระกูลโจวก็ถูกผู้คนกล่าวถึงน้อยลง
พอใกล้ถึงวันที่สถานศึกษาหมอกเร้นลับจะเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ หัวข้อสนทนาของผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนไปกล่าวถึงสถานศึกษาหมอกเร้นลับมากขึ้น “ว่ากันว่าการรับสมัครนักศึกษาใหม่ของสถานศึกษาหมอกเร้นลับปีนี้ หากไม่เกิดเหตุผิดพลาดอะไร ตระกูลราชาเทพหลักๆในเมืองวายุสวรรค์เรา ล้วนส่งลูกหลานไปสมัครกันพร้อมหน้าพร้อมตา”