“ต้วนหมิง เจ้ารับทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้วกระมัง?”
หัวหน้าหมู่บ้านสกุลต้วนทิศตะวันตกกล่าวถามออกไปก่อนใคร
“เรื่องอะไรหรือ?”
ต้วนหมิง มีรูปลักษณ์เป็นชายวัยกลางคน ไม่สูงไม่เตี้ยไม่อ้วนไม่ผอม แลดูสง่างาม ใบหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอ ชวนให้ผู้คนที่พบเจอรู้สึกถึงสายลมฤดูใบไม้ผลิ
“เจ้าหนูต้วนหมิง เจ้าอย่าได้แสร้งทำเป็นโง่งม!”
หัวหน้าหมู่บ้านสกุลต้วนทิศเหนือ ส่ายหัวพลางกล่าว “ที่พวกเรากำลังพูดก็เรื่องที่ผู้คนแห่กันมาชมดูเศษซากหมู่บ้านสกุลต้วนทิศใต้ช่วงนี้…เจ้ามีหรือจะไม่ได้ยินเรื่องที่ผู้คนพูดถึง ต้วนหลิงเทียน ศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงว่ามีความสัมพันธ์กับหมู่บ้านสกุลต้วนทิศใต้?”
“อ้อ ที่แท้หัวหน้าหมู่บ้านทั้ง 2 มาหาข้าด้วยเรื่องนี้เอง”
ต้วนหมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ค่อยกล่าวต่อ “ไม่ใช่แค่ข้าหรอก แต่ทุกคนในหมู่บ้านตระกูลต้วนทิศตะวันออกของข้าก็รับทราบหมดแล้ว”
“ว่าแต่…พวกท่านทั้ง 2 มาหาข้า ด้วยเหตุอันใดเล่า?”
ต้วนหมิงถาม
“ฮึ่ม!”
หัวหน้าหมู่บ้านสกุลต้วนทิศเหนือพ่นลมสบถ “ต้วนหมิงข้าไม่เชื่อว่าเจ้ามิรู้ว่าเราผู้เฒ่าทั้ง 2 มาหาเจ้าทำอะไร…บางเรื่องเจ้าอย่าได้แสร้งทำเป็นโง่งมเถอะ!”
พอต้วนหมิงได้ยินคำถามประชด ก็อดยิ้มขื่นขมไม่ได้ “ท่านผู้เฒ่าทั้ง 2 บอกข้ามาตรงๆเถอะ ข้าไม่รู้จริงๆว่าพวกท่านมาหาข้าทำไม…”
“เจ้าจักเอาเช่นนี้ก็ได้”