ถึงตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาจะดี แต่ก็ไม่นับเป็นตัวอะไรในสายตาชนชั้นอาวุโสของขุมกำลังระดับจักรพรรดิเทพ
ทำให้หลังเข้าสู่ขุมกำลังจักรพรรดิเทพแล้ว เขาก็ไม่มั่นใจเลยว่าจะเอาตัวรอดที่นั่นได้หรือไม่…
‘ไม่คิดเรื่องหนึ่งก้าวถึงฟ้าจะดีกว่า…ค่อยๆก้าวเดินไปทีละก้าวๆนับว่าประเสริฐสุด’
ก่อนจะขึ้นมายังระนาบเทพ วารีเทพชำระโลกาก็ได้เน้นย้ำเขามากกว่าหนึ่งครั้ง “เหล่าผู้ทรงพลังในระนาบเทพต่างจากในระนาบเทวโลกและระนาบโลกียะ…พวกมันให้ค่าสายเลือดมากกว่าอัจฉริยะที่เป็นคนนอก”
“ถึงแม้ว่าพรสวรรค์และความเข้าใจของเจ้าจะสูงกว่าลูกหลานของพวกมัน พวกมันก็ไม่แน่ว่าจะส่งเสริมเจ้า…เพราะพวกมันเพียงเชื่อใจก็แต่คนในสายเลือดเดียวกันเท่านั้น”
“ในระนาบเทพมิเคยขาดกรณีศิษย์ที่เด่นล้ำกว่าอาจารย์ดั่ง ‘สีครามแม้จะเกิดจากสีน้ำเงินแต่ก็เข้มกว่าสีน้ำเงิน’ ถูกฆ่าเพื่อปล้นชิงทุกสิ่งทุกอย่าง”
ทั้งหมดเป็นคำที่วารีเทพชำระโลกาเคยพูดบอกเขาไว้
เพราะเหตุผลดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนจึงไม่คิดเข้าร่วมขุมกำลังจักรพรรดิเทพทันที หรือคิดจะเดินก้าวเดียวถึงฟ้า…แต่เลือกที่จะก้าวไปทีละก้าวๆ
ไม่…ควรจะบอกว่าเขาเลือกจะทำตัวไม่ให้เป็นจุดเด่นมากเกินไปมากกว่า….