อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนเพียงเหลือบมองเทพขั้นกลางทั้ง 3 ที่พึ่งมาถึงผ่านๆเท่านั้น ส่วนกลุ่มคนที่ติดตามเทพขั้นกลางทั้ง 3 มาถึงในภายหลัง เขาไม่เหลียวแลแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้เขาเพียงหันไปมองเฉียนเฟยที่แลดูคล้ายตัวโง่งมนั่น ไม่ทราบมันตกตะลึงหรือยังตามเรื่องราวไม่ทันกันแน่
ในปัจจุบันสองตาเฉียนเฟยมันเลื่อนลอยคล้ายคนวิญญาณหลุดออกจากร่าง ลอยร่างกลางฟ้าอย่างเหม่อลอยไม่ทำอะไร
ราวกับมันหวาดกลัวจนสติเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว…
“เฉียนอู๋เลี่ยง จนป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่รีบไสหัวออกมาคารวะนายน้อยต้วนอีก หรือเจ้าคิดว่านายน้อยต้วนไม่คู่ควรให้เจ้าออกมาคารวะ?”
โอวหยางหวู่ตี้ เทพขั้นกลางของนิกายฟ้ายุทธ์ อยู่ๆก็โพล่งคำออกมา เสียงของมันยังดังก้องไปทั่วตระกูลเฉียนในพริบตา
และแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงของมันดังจบคำ ก็มีเสียงเปี่ยมโทสะหนึ่งระเบิดดังขึ้นจากตระกูลเฉียนด้านล่าง “โอวหยางหวู่ตี้! หุบปากสุนัขของเจ้าเสีย!!”
สิ้นเสียงเปี่ยมโทสะนั่น ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำเงินคนหนึ่งก็พลันปรากฏตัวขึ้นในสาตาของทุกคนอย่างประจวบเหมาะ
“เฉียนอู๋เลี่ยงแห่งตระกูลเฉียน ขอคารวะนายน้อยต้วน”
ชายวัยกลางคนผู้นี้รูปร่างไม่สูงไม่เตี้ยไม่อ้วนไม่ผอมไม่หล่อเหลาไม่อัปลักษณ์ เรียกว่าหาความพิเศษในตัวของมันไม่เจอสักอย่าง พอมันปรากฏตัวออกมา ก็เร่งประสานมือก้มหัวโค้งคารวะต้วนหลิงเทียนอย่างสุภาพนอบน้อม