พวกมันไม่คิดไม่ฝันเลย ว่าตระกูลเฉียนจะกล้าควักหินเทพ 30,000 ตำลึงออกมา เพื่อใช้ทรัพย์ขจัดภัยภิบัติ!
ในฐานะที่เป็นขุมกำลังในระดับเดียวกันและขับเคี่ยวกันมาหลายปีดีดัก พวกมันย่อมรู้ดีว่าตระกูลเฉียนมีทรัพย์สิ้นมูลค่าเท่าไหร่ และแทบเท่าที่พวกมันรู้ตระกูลเฉียนนั้นยังมีทรัพย์สินตีเป็นหินเทพไม่ถึง 50,000 ตำลึงดวยซ้ำ
แต่ตอนนี้กลับหยิบควักออกมา 30,000 ตำลึงในคราเดียว!
“นายน้อยต้วน”
ในขณะที่ระดับสูงทั้ง 6 ของ ตระกูลเมิ่ง นิกายเมฆอรุณ และนิกายฟ้ายุทธ์กำลังตกตะลึง เมิ่งฉีโหย่ว ผู้หลอมโอสถระดับเทพของตระกูลเมิ่ง ก็มองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยความเคารพว่า “มิทราบท่านพอจะมีเวลาว่างไปเป็นแขกของตระกูลเมิ่งเราหรือไม่?”
ในอดีตนั้นเมิ่งฉีโหย่วเรียกหาต้วนหลิงเทียนว่า ‘สหายน้อยหลิงเทียน’
อย่างไรก็ตามหลังได้เห็นพลังความแข็งแกร่งอันน่ากลัวของต้วนหลิงเทียนแล้ว ให้มันมีความกล้ามากกว่านี้ 10 เท่า มันก็ไม่กล้าเรียกต้วนหลิงเทียนว่า ‘สหายน้อยหลิงเทียน’ อีก!
“ได้”
ในขณะที่คนของนิกายเมฆอรุณกับนิกายฟ้ายุทธ์คิดว่าเมิ่งฉีโหย่วคงเปิดประตูรอเก้อ พวกมันก็ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะพยักหน้าตอบตกลงเสียอย่างนั้น
สองตาของประมุขนิกายทั้ง 2 เปลี่ยนเป็นแดงก่ำทันที
ไฉนพวกมันถึงไม่กล่าวคำเชิญนายน้อยต้วนก่อนเล่า?