ขณะเดียวกัน คนของตระกูลเฉียนที่รู้สึกตัวแล้ว ก็เร่งประสานามือโค้งคารวะชายชราด้วยท่าทีมากเคารพทันที
ชายชราก็คลี่ยิ้มพยักหน้ารับคำทักทาย พลางกวาดตามองคนของตระกูลเฉียนด้วยสายตาอ่อนโยน
อย่างไรก็ตาม พอมันสังเกตเห็นต้วนหลิงเทียน คนของตระกูลเมิ่ง นิกายเมฆอรุณรวมถึงนิกายฟ้ายุทธ์ที่นิ่งเฉยไม่มีปฏิกริยาใด มันก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย จึงหันไปถามเฉียนเยว่จิ้นว่า “แล้วคนพวกนี้เล่า มิใช่คนของตระกูลเฉียนเราหรือ?”
“จ้าวอี้เฟิง ขอคารวะอาวุโสเฉียนซู่หวน”
แทบจะพร้อมๆกับที่เสียงเอ่ยถามของชายชราดังจบคำ จ้าวอี้เฟิงประมุขนิกายฟ้ายุทธ์ก็ป้องมือประสานโค้งตัวเล็กน้อยเป็นการคารวะทักทายก่อน ค่อยกล่าวกับชายชราด้วยรอยยิ้มสืบต่อ “ไม่พบกันหมื่นปี…ผู้อาวุโสยังคงสง่างามมิเปลี่ยน”
เฉียนซู่หวน
หลังจ้าวอี้เฟิงกล่าวจบคำ คนของตระกูลเมิ่ง นิกายเมฆอรุณก็ตอบสนองเรื่องราว และป้องมือคารวะทักทายชายชราเช่นกัน
เฉียนซู่หวนเป็นเทพขั้นสูงที่ปรากฏขึ้นในตระกูลเฉียนเมื่อหมื่นกว่าปีก่อน
ในตอนนั้นด้วยความที่พวกมันยังเยาว์ จึงเคยได้ยินแต่ชื่อของอีกฝ่ายเท่านั้น ไม่เคยพบคนตัวเป็นๆ…