“เทพขั้นต่ำผู้นี้ ที่แท้มาจากที่ใดกันแน่…”
…
ชายชราที่พึ่งตกตายไปนั้น ไม่มีใครรู้จักเลยว่ามันเป็นใคร
อย่างไรเสียมันก็เป็นถึงเทพขั้นต่ำ ไม่ใช่ชนชั้นไก่กาที่ไหน การตายของมันย่อมทำให้ผู้คนฮือฮาไม่น้อย
ในขณะเดียวกัน ณ มุมหนึ่งของศาลาสือสุ่ย ปรากฏชายหนุ่มคนหนึ่งยืนปะปนท่ามกลางฝูงชนอย่างเงียบงัน สายตาเฉยเมยของมันมองจ้อง จุดที่ร่างชายชราถูกป่นทำลายไปไม่วางตา หากใครสังเกตให้ดีจะพบว่าร่างมันกำลังสั่นเทิ้มไปเบาๆ
ชายหนุ่มคนนี้แต่งกายในชุดสีฟ้าแลดูธรรมดา รูปร่างหน้าตาเองกก็กลางๆไม่มีสิ่งใดแลดูโดดเด่น อย่างไรก็ตามยิ่งมาแววตาที่ฝืนทำเป็นเฉยเมยของมันก็ยิ่งเปลี่ยนไปเป็นโศกเศร้าเสียใจ
ยังดีที่ไม่มีใครให้ความสนใจมันเป็นพิเศษ ไม่งั้นต้องพบความผิดปกติทางสีหน้าอารมณ์ของมันแน่
แม้แต่ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่ได้ล่วงรู้ว่ามันมีตัวตน
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนกำลังเอื้อมมือไปรับโอสถทะลวงเทพจากเมิ่งฉีโหย่ว และรับฟังคำขอโทษของเมิ่งฉีโหย่วด้วยสีหน้าเฉยเมย “สหายน้อยหลิงเทียน ต้องขออภัยด้วย ข้าคงทำให้ท่านตกใจแล้ว…”
“อย่างไรก็ตามเม็ดยาทะลวงเทพเปื้อนเลือดเทพขั้นต่ำเช่นนี้ ก็ถือว่าเป็นลางดี…ไม่แน่ว่าหลังสหายน้อยหลิงเทียนรับประทานไป ก็อาจทะลวงถึงขอบเขตเทพได้เร็ววัน”
เมิ่งฉีโหย่วหัวเราะ
ในปัจจุบันสีหน้าท่าทีของเมิ่งฉีโหย่วแลดูสบายๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่คล้ายมีภัยต่อคนและสัตว์