งรับหินเทพเบื้องหน้ามา ด้วยพลังของเขาก็รับรู้ถึงน้ำหนักของพวกมันได้ไม่ยาก
“อาวุโสสกุลเฉียนทั้ง 2 ข้าขอตัวก่อน”
ตอนนี้ด้วยหินเทพ 3,000 ตำลึงในมือ ต้วนหลิงเทียนก็ไม่รอช้าเร่งรุดเดินทางไปยังศาลาสือสุ่ยของตระกูลเมิ่งทันที เพราะเฉียนตงบอกเขาเมื่อครู่ว่า โอสถทะลวงเทพของตระกูลเมิ่งที่นำมาขายในศาลาสือสุ่ยยังไม่มีผู้ใดซื้อไป
หลังต้วนหลิงเทียนจากไปแล้ว เฉียนตง เถ้าแก่ร้านโอสถฮุ่ยเฉินก็หันไปประสานมือคารวะเฉียนเยว่จิ้นทันที “ท่านผู้นำ”
“คารวะท่านผู้นำ”
พร้อมกันนั้น คนของร้านโอสถฮุ่ยเฉินโดยรอบก็คารวะทักทายเฉียนเยว่จิ้นอย่างเคารพ
ก่อนหน้าด้วยมีคำสั่งของเฉียนเยว่จิ้น พวกมันจึงไม่กล้าเปิดเผยตัวตนของอีกฝ่ายต่อหน้าต้วนหลิงเทียน ในเมื่อตอนนี้ต้วนหลิงเทียนไปแล้ว พวกมันก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก
“อืม”
เฉียนเยว่จิ้นพยักหน้ารับคำ ขณะเดียวกันก็สะบัดมือเก็บผลึกอมตะขั้นสูงจำนวน 220,000 ชิ้นที่กองอยู่เบื้องหน้าไป จากนั้นก็หันไปมองประตูทางออกร้านพลางขมวดคิ้ว ราวกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
“ท่านผู้นำ นิกายฟ้าจรัสแสงมีคนชื่อเย่เป่ยหยวนจริงหรือ?”
เฉียนตงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มี”
เฉียนเยว่จิ้นพยักหน้าเอ่ยออกเสียงขรึม “เย่เป่ยหยวนนั้น เป็นจ้าวหุบเขาเงาจันทร์ของนิกายฟ้าจรัสแสง ยังเป็นจอมราชันเทพขั้นกลางที่ร้ายกาจผู้หนึ่ง”
“จอมราชันเทพขั้นกลาง!?”
เฉียนตงถึงกับอ้าปากค้าง คนในร้านโอสถเองก็อึ้งกันเป็นแถบ
จอมราชันเทพ นั่นเป