“ท่านทั้ง 3 อย่าได้กังวล ข้าไม่ได้มาร้าย”
พอเห็นทั้ง 3 มองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มกล่าว “ข้าแค่บังเอิญผ่านมาที่นี่เท่านั้น”
จากนั้นไม่รอให้ทั้ง 3 ตอบคำ ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยออกอีกครั้ง “ไม่ทราบท่านทั้ง 3 พอจะบอกได้หรือไม่ ว่าที่นี่ใช่ดินแดนบัญญัติบรรพกาลหรือไม่?”
ดินแดนบัญญัติบรรพกาล 1 ใน 2 ระนาบเทพที่โคจรมาปะทะกับดินแดนดาราพิศวง
“ดินแดนบัญญัติบรรพกาล?”
ได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียน ชาชราก็ขมวดคิ้วทันที “ที่นี่คือดินแดนดาราพิศวง มิใช่ดินแดนบัญญัติบรรพกาล…พ่อหนุ่ม ท่านเป็นคนของดินแดนบัญญัติบรรพกาลหรือ?”
ถึงแม้ในดินแดนดาราพิศวงแห่งนี้ มันจะเป็นตัวตนที่มีพลังงชั้นปลายแถว
อย่างไรก็ตามมันเองยย่อมรู้จักดินแดนบัญญัติบบรรพกาล และรู้ว่าเป็นระนาบเทพคู่ขนานที่โคจรมาปะทะกับดินแดนดาราพิศวงของมันอยู่
“อะไร? ดินแดนดาราพิศวงรึ?”
พอได้ยินคำถามของต้วนฉิง ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มเจื่อนๆ “ข้าไม่คิดเลยว่าการประมือกันของผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 จนห้วงมิติฉีกเปิดวุ่นวายไปหมด จะทำให้ข้าพลัดหลงเข้าไปในรอยแยกมิติทั้งมาโผล่ที่นี่ได้…แล้วด้วยระดับพลังของข้า ข้าจะกลับบ้านอย่างไรล่ะทีนี้…”
ต้วนหลิงเทียนได้กล่าวอ้างออกมา ทำนองเดียวกับที่ใช้กล่าวอ้างเย่เป่ยหยวนในระนาบสมรภูมิ
เขาไม่ได้บอกอีกฝ่ายว่าเขามาจากระนาบเทวโลก
และนี่คือสิ่งที่วารีเทพชำระโลกากำชับเขาเอาไว้