แต่ด้วยค่ายกลกลืนกินวิญญาณเทพเบญจธาตุ ทำให้เหล่าเทพเบญจธาตุของอีกฝ่ายถูกสะกดสติสัมปชัญญะให้หยุดนิ่ง เสมือนอู่ในห้วงนิทรา ทำให้พวกมันไม่อาจต่อต้านขัดขืนอะไรได้เลย ทำได้แค่ถูกกลืนกินพลังไปอย่างไร้หนทางต่อต้าน
ค่ายกลที่ทรงพลังเช่นนี้ เป็นธรรมดาว่าไม่ใช่เกิดจากฝีมือของต้วนหลิงเทียนทั้งหมด เขาเพียงแต่จัดตั้งมันขึ้นมาตามคำชี้แนะของวารีเทพชำระโลกาเท่านั้น
ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างกลางหาว ก็มองไปยังดวงแสงสีฟ้าน้ำทะเลหรือก็คือ วารีเทพชำระโลกา 1 ใน 5 เทพเบญจธาตุของเขาพลางกล่าวพึมพำออกมาด้วยความรู้สึกโชคดี “โชคดีเหลือเกินที่พี่สาวสุ่ยอยู่กับข้า ไม่ได้อยู่กับผู้อื่น…”
จนถึงบัดนี้ ทุกครั้งที่ววารีเทพชำระโลกาเผยความสามารถและความรู้ในค่ายกลออกมา ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะสะท้านสะเทือนทุกครั้ง เพราะราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกหล้าที่นางไม่อาจแก้ปัญหาได้
ความสามารถของนางร้ายกาจขนาดไหน เขาได้ประจักษ์ตั้งแต่วันที่สามารถหลบหนีไปต่อหน้าต่อตาหวู่หงชิง จ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก กับหมี่ซวนอดีตผู้นำเผ่าภูตแล้ว
และตอนนั้นหลังจากที่วารีเทพชำระโลกาช่วยให้เขารอดพ้นเงื้อมมือพวกหวู่หงชิงมาได้ นางก็ได้กล่าวเสนอแผนการจัดตั้งค่ายกลกลืนวิญญาณเทพเบญจธาตุให้เขาฟัง ว่าหากนำมาใช้ในสมรมภูมิ 9 ยมโลกต้องได้ผลเลิศล้ำเป็นแน่