รู้ตัวอีกที แสงพลังทำลายล้างก็ทะลวงเจาะหว่างคิ้วไปเรียบร้อย…
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ทันทีที่หานเซวียนตายตก พวกหยางเหมิงทั้ง 4 ก็เสมือนถูกน้ำเย็นราดรดลงหัว ฟื้นสติกันทันที แต่ละคนหยุดร่างกลางหาว หวาดกลัวจนเหงื่อเย็นชุ่มโชก!
แม้แต่กองทัพสัตว์อสูรเองที่เริ่มเคลื่อนไหวหลังอสูรเพลิงพุ่งร่าง ก็พากันหยุดนิ่งกลางหาวอย่างพร้อมเพรียง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ความคึกคักฮึกเหิมและพลังเพลิงที่ลุกโชนโชติช่วงก่อนหน้าพลันซบเซาลงถนัดตา แต่ละตัวแลดูหวาดกลัวไม่น้อย
สัตว์อสูรเหล่านี้จะอย่างไรก็เป็นสัตว์อมตะ แม้จะด้อยแต่ก็ไม่ถึงขั้นไร้สติปัญญา…
อีกทั้งพวกมันได้รับการฝึกฝนโดยวิชาฝึกสัตว์อสูรบางอย่างจากอสูรเพลิง จิตวิญญาณของพวกมันจึงเชื่อมโยงกับอสูรเพลิง…
เมื่ออสูรเพลิงตกอยู่ในความหวาดกลัวจนไม่กล้าเคลื่อนไหว พวกมันเองก็สัมผัสถึงความรู้สึกดังกล่าวได้เช่นกัน เช่นนั้นพวกมันก็เลยพลอยหวาดกลัวไปด้วย
ตอนนี้ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะอยู่ห่างต้นไม้เทพสนหลิวพอสมควร และพวกหยางเหมิงทั้ง 4 ก็อยู่ห่างร่างอวตารกฏต้นไม้เทพสนหลิวที่มีเทพเบญจธาตุของพวกมันอยู่แค่ไม่กี่สิบก้าว แต่พวกมันก็ไม่กล้าขยับไปต่อ เพราะเบื้องหน้านั้น ปรากฏร่างสตรีในชุดหลากสียืนอยู่บนกระบี่ขวางอยู่…พวกมันกลัวว่าหากก้าวออกไปต่อแม้ก้าวเดียวจะตามรอยหานเซวียนไป!