“ทั้ง 5 คนนั่น ทำให้เหล่าผู้ถือครองเทพเบญจธาตุคนอื่นๆในสมรภูมิ 9 ยมโลก ไม่กล้าเปิดเผยหรือใช้เทพเบญจธาตุออกมาส่งเดช…”
“เว้นเสียแต่ทุกคนจะยืนยันได้แล้ว ว่าคนที่มีเทพเบญจธาตุๆเดียวกันในบรรดาคนทั้ง 5 บรรลุถึงขอบเขตเทพ หาไม่แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าใช้เทพเบญจธาตุออกมาต่อหน้าคนอื่น”
“ทั้ง 5 คนที่ว่าคงเป็นพวกเจ้ากระทัง และพวกเจ้าเองก็สมควรเก็บตัวกันมานานแล้ว…”
“หากข้าเดาไม่ผิด พลังฝีมือของพวกเจ้าเองก็คงก้าวหน้ากันสุดที่เทพสงคราม 9 ดาราคนไหนจะต่อกรด้วยได้ แม้จะไม่ใช่เทพเบญจธาตุก็ตามที…ข้าพูดถูกหรือไม่?”
พอต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมา สีหน้าคนทั้ง 5 ก็เริ่มเปลี่ยนไปทันที
อสูรเพลิง กล่าวถามออกมาตรงๆ “ในเมื่อเจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าพวกเราทั้ง 5 เป็นเทพสงคราม 9 ดาราที่แข็งแกร่งที่สุดในสมรภูมิ 9 ยมโลก ไฉนเจ้ายังไม่รีบปาดคอตัวเองให้ตายเสียเล่า? หากเจ้ารอให้พวกเรา 5 คนลงมือเอง เกรงว่ากระทั่งงตายเจ้ายังไร้ศพไว้กลบฝัง เพราะถึงตอนนั้นข้าเกรงว่าสัตว์อสูรของข้าคงกินเจ้าไม่เหลือแม้แต่กระดูก”
“อ้อ…ข้าจะรอดู”
ต้วนหลิงเทียนยังคงกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
และในขณะที่หยางเหมิงรวมถึงคนอื่นๆเริ่มขมวดคิ้ว ด้วยยไม่เข้าใจว่าไฉนถึงตอนนี้แล้วต้วนหลิงเทียนยังยิ้มออก ร่างต้วนหลิงเทียนก็กระโจนขึ้นฟ้าสูง ก่อนจะกางแขนทั้ง 2 ข้างออก จากนั้นก็ปรากฏเงาร่างต้นไม้มหึมาซ้อนทับร่างเขา
เป็นร่างอวตารกฏต้นไม้เทพสนหลิว