หลังจากเสียงชายหนุ่มดังจบคำไม่นานนัก ก็ปรากฏร่างหนึ่งผุดโผล่ขึ้นเบื้องหน้ามันปานภูตผี “เจ้าทราบหรือไม่…เหตุผลที่ไฉนข้าปิดด่านไม่ออกไปลงมือแต่แรก ทั้งหมดเพราะการทำความเข้าใจความลึกซึ้งมิติของข้าได้เข้าสู่ช่วงสำคัญ และตอนนี้ความเข้าใจในกฏมิติของข้าก็ได้พัฒนาไปอีกขั้นแล้ว…อริเก่าที่เจ้ากล่าวถึงนั่น หากหลายปีที่ผ่านพวกมันยังไม่มีความก้าวหน้าอันใดล่ะก็ ถ้าตัดเรื่องพลังของเทพเบญจธาตุออกไป ข้าเกรงว่าพวกมันจักมิอาจรับมือข้าได้อีกต่อไป!”
ผู้ที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นก็มีรูปลักษณ์เป็นชายหนุ่มเช่นกัน ทว่ารูปร่างของมันกลับสูงสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วคมเข้มแลดูองอาจ หากทว่าด้วยใบหน้าที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรตลอดเวลา ช่างชวนให้ผู้อื่นที่อยู่ใกล้รู้สึกเสมือนมีสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน…
“พี่ใหญ่ ท่านมีความก้าวหน้าหรือ!?”
สองตาชายหนุ่มรูปร่างปานกลางเป็นประกายวับวาวขึ้นมาโดยพลัน “ประเสริฐนัก! ดูเหมือนอุปกรณ์เทพของต้วนหลิงเทียนนั่นมันถูกลิขิตให้ตกอยู่ในกระเป๋าของพี่ใหญ่แน่แล้ว”
“เจ้าล้มเลิกความคิดเช่นนั้นไปเสีย สิ่งใดที่ยังมิได้ครอบครองเป็นของตัว ทีหลังอย่าไปมองว่าตัวต้องได้ครอบครองสิ่งนั้นแน่แล้ว…”