พลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนทำให้พวกมันตื่นตระหนกตกใจครั้งยิ่งใหญ่ จนถึงตอนนี้ยังรู้สึกเหลือเชื่อไม่หาย ขณะเดียวกันพวกมันก็ตระหนักดีว่าหากต้วนหลิงเทียนอมรับตำแหน่งผู้นำ อีกฝ่ายก็จะกลายเป็นร่มโพธิร่มไทรคอยปกปักษ์คุ้มกันพวกมันจากภยันตรายทั้งปวง ถึงตอนนั้นเรื่องที่พวกมันจะกลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในสมรภูมิ 9 ยมโลก ก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป!
เช่นนั้นพวกมันจึงไม่รีบร้อนจากไปตามคำขู่ของต้วนหลิงเทียน แต่รั้งอยู่เพื่อหมายชักชวนให้ต้วนหลิงเทียนยึดครองพันธมิตรฟ่านเทียนโดยสมบูรณ์
“พวกเจ้ายังมีเวลาเหลืออีก 5 ชั่วยาม…”
อย่างไรก็ตาม คำตอบที่สมาชิกพันธมิตรฟ่านเทียนเฝ้ารออย่างใจจดจ่อจากต้วนหลิงเทียน กลับเป็นน้ำเสียงไร้แยแสประโยคหนึ่ง และหลังพูดจบประโยคดังกล่าวแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย
สุดท้ายคนของพันธมิตรฟ่านเทียนก็ได้แต่จากไปด้วยความผิดหวัง
พวกมันย่อมเห็นได้ชัดเจน
ว่าต้วนหลิงเทียนไม่มีความคิดยึดครองกองกำลังพันธมิตรฟ่านเทียนอยู่เลย ความฝันอะไรของพวกมันล้วนแตกสลายปานฟองสบู่…
วันต่อมา ค่ายพันธมิตรฟ่านเทียนก็ได้เปลี่ยนจากสถานที่อันมีชีวิตชีวากลายเป็นสถานที่อันเปลี่ยวร้าง ไร้ซึ่งร่องรอยของผู้ใดให้เห็น…
ทั้งหมดเป็นเพราะคำพูดของต้วนหลิงเทียน
…
ในระนาบอิสระ อันเป็นสถานที่ตั้งวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก วันนี้ปรากฏอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญมาเยือนผู้หนึ่ง