พอมีคนมารอดูชมเรื่องราวมากขึ้นเรื่อยๆ และเห็นว่าคนของพันธมิตรฟานเทียนเองก็ออกมาออกันเหนือฟ้าหน้าประตูค่ายหนาตา แต่จี้หยิ่งผู้นําพันธมิตรฟานเทียนกลับไม่ออกมาเสียทีหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะบ่นกันด้วยความสงสัยอยู่บ้าง “อย่าได้บอกเชียว ว่าจี้หยิ่งมันกลัวต้วนหลิงเทียนก็เลยไม่กล้าออกมา?”
“หากมันไม่กล้าออกมาสู้หน้าต้วนหลิงเทียน ไม่เพียงแต่มันกับพันธมิตรฟานเทียนจะต้องอับอายขายหน้า กระทั่งจักรพรรดิสวรรค์จี้ฟานเทียนเองก็ตองพลอยเสียชื่อไปด้วย!”
“ผู้ใดจะไปรู้เล่าเรื่องนี้มันก็ไม่แน่นักหรอก”
หลังเวลาผ่านไปเนิ่นนานแล้วแต่จี้หยิ่งยังไม่ปรากฏตัวเสียที เสียงบ่นด้วยความไม่พอใจของผู้คนก็เริ่มดังขึ้นระงม
“ดูเหมือนว่าข้าจะมาทันเวลา…”
ทันใดนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากฟ้าไกล ดึงดูดความสนใจของทุกคนไม่เว้นต้วนหลิงเทียน
จากนั้นท่ามกลางสายตาสนใจของทุกคน ก็ปรากฏร่างชายชราในชุดคลุมสีฟ้าหลวมๆ ฟ้ามาเหนือเมฆ ใบหน้าแลดูหนักแน่น หว่างคิ้วปรากฏปานรูปเพชรสีเลือดเด่นหรา ในมือถือดาบพร้อมฝักเล่มหนึ่ง
ด้วยเส้นผมยาวสีดอกเลาของมันกําลังปลิวไสวหยอกเย้าสายลม จึงชวนให้แลดูสง่างามไม่มอซอ
“นั่น…หรือว่า…จอมดาบเดียวดาย ฉเตาเค่อ!”
เมื่อผู้มาใหม่ปรากฏตัวให้เห็นชัดๆ หลายคนก็หยีตายนคิ้วเป็นปม ด้วยพยายามนึกว่า อีกฝ่ายเป็นใครและไม่นานนักก็มีคนที่รู้จักชายชราผู้นี้โพล่งออกมาเสียงดังให้ทุกคนรับทราบตัวตนของมัน!