‘ตอนนี้หยิ่งเอ๋ออยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการบรรลุเทพ…หากเรื่องนี้ไม่อาจจัดการให้หยิ่งเอ๋อสบายใจได้ เกรงว่าจะกลายเป็นปมในใจ จนขัดขวางหนทางบรรลุเทพ’
สองตาจี้โยวทอประกายเย็นชาเรืองขึ้นวาบหนึ่ง จากนั้นมันก็เร่งรุดออกจากพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ ไปยังวิหารเฟิงฮ่าวสาขาย่อยของจี้ฟ่านเทียน จากนั้นก็ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเฉพาะไปยังระนาบอิสระที่ตั้งวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักทันที
ด้วยฐานะของจี้โยว มันสามารถใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเฉพาะของวิหารเฟิงฮ่าวสาขาย่อย เพื่อไปยังวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักได้ตลอดเวลา ไม่นานก็ได้พบเจอหวู่หงชิง
“จ้าววิหารหวู่ เรื่องนี้ท่านต้องให้คำอธิบายต่อข้า”
ต่อหน้าหวู่หงชิงจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก จี้โยวก็จำต้องระงับโทสะอารมณ์เอาไว้ และบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกไปตามความเป็นจริง “หมี่ซวน คนที่วิหารเฟิงฮ่าวท่านส่งมาช่วยผู้นั้น มันจะไม่โอหังเกินไปหน่อยหรือ? ศิษย์ของข้าจี้โยวใช่ใครที่มันอยากจะทุบตีรังแกก็ทุบตีรังแกได้ตามอำเภอใจหรือไร มันไม่เห็นข้าจี้โยวอยู่ในสายตาแล้วกระมัง?”
เหตุผลที่ไฉนจี้โยวจำต้องระงับอารมณ์ต่อหน้าหวู่หงชิง เนื่องเพราะถึงตัวมันจะบรรลุถึงขอบเขตเทพแล้ว แต่ก็เป็นแค่เทพขั้นสูงเท่านั้น ยังไม่ทะลวงถึงขอบเขตราชาเทพ!
ทว่าหวู่หงชิงเป็นราชาเทพขั้นต่ำแล้ว!
หากต้องสู้กันจริงๆ มันจี้โยวไม่มีทางชนะหวู่หงชิงเลย