เผชิญกับท่าที่แฝงรําคาญของหมี่ซวน เยว่เชาฉวินยังคงกล่าวเรื่องราวต่อด้วยท่าทีนอบน้อมอย่างอดทน “เพราะลี่เฟิงผู้นั้นมันสวมใส่ชุดคลุมลมดําปกปิดร่างกาย กระทั่งยังสวมหมวกฟางปกปิดใบหน้าเอาไว้ ยากที่ใครจะแลเห็นหน้าค่าตามันได้…”
“ข้ารู้สึกเหมือนมันตั้งใจปกปิดตัวตนเป็นพิเศษ…”
“นอกจากนั้น กฎที่มันใช้ยังเป็นกฎมิติ”
หากบอกว่าประโยคแรกๆของเยว่เชาฉวินหมี่ซวนยังไม่สนใจล่ะก็ พอหมีซวนได้ยินเรื่องที่อีกฝ่ายปกปิดตัวตนทั้งเก่งกฏมิติ ท่าที่รําคาญก็แปรเปลี่ยนไปเป็นสนใจ ลูกตายังหดเล็กลงเร็วไว
“เจ้าหมายความว่าลี่เฟิงผู้นี้ อาจเป็นต้วนหลิงเทียน?”
หมีชวนไม่ใช่ตัวโง่งม กลับกันด้วยความที่มันเป็นถึงอดีตผู้นําเผ่าภูต มันย่อมเฉลียวฉลาดไม่น้อย
“สมควรเป็นมัน”
เยว่เขาฉวินพยักหน้าพลางกล่าว
“จี้หยิ่งมันรู้เรื่องนี้แล้วหรือไม่?”
หมีชวนเอ่ยถาม
“รู้แล้ว”
เยว่เขาฉวินพยักหน้า “เรื่องนี้เป็นคนของจี้หยิ่งสืบทราบ และมันก็บอกให้ข้านําเรื่องนี้มาแจ้งต่อท่าน”
จี้หยิ่งตั้งแต่ที่พ่ายแพ้หมี่ซวนวันนั้น มันก็ไม่คิดจะมาพบหน้าหมี่ชวนอีกเลย หลังจากผ่านไปครึ่งปี แม้มันจะได้เบาะแสสําคัญมา แต่มันก็เลือกจะให้คนอื่นมาบอก ไม่มาด้วยตัวเอง
เห็นได้ชัดว่ามันไม่อยากเจอหน้าหมี่ซวน!
“หึ! มันยิ่งใหญ่นักหรือ ถึงกล้าไม่มาแจ้งเรื่องนี้กับข้าด้วยตัวเอง”