“ฟังจากที่อาจารย์ข้าบอกมา…เจ้าเป็นเทพสงคราม 9 ดารา?”
จี้หยิ่งถาม
“ทำนองนั้น”
หมี่ซวนเอ่ยตอบเสียงเฉย
“ตกลงอย่างไรกันแน่?”
จี้หยิ่งพอได้ฟังก็ขมวดคิ้วย่นยู่ “เรื่องเช่นนี้ใช้คำ ‘ทำนองนั้น’ ได้หรือ…หากเจ้าไม่ใช่เทพสงคราม 9 ดารา ก็ไร้คุณสมบัติจะมาร่วมมือกับข้าจี้หยิ่ง! คนวิหารเฟิงฮ่าวชอบพูดจาเหลวไหลตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
กล่าวจบ ใบหน้าจี้หยิ่งก็เริ่มอึมครึม
“ข้าไม่มีคุณสมบัติร่วมมือกับเจ้า?”
หมี่ซวนแสยะยิ้มเย้ยหยัน “ไอ้หนู ปากเจ้าจักรับประทานอันใดก็ได้ แต่ไม่อาจกล่าวอะไรก็ได้…เจ้าเชื่อหรือไม่ ข้าสามารถสั่งสอนเจ้าแทนจักรพรรดิสวรรค์จี้ฟ่านเทียน ให้เจ้าสำเหนียกว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด?”
หมี่ซวนนั้นตลอดเวลาก็วางตัวเสมอหวู่หงชิงจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก ต่อให้เป็นจักรพรรดิสวรรค์จี้ฟ่านเทียน จี้โยว มาเอง เมื่อพบมันก็ต้องก้มหัวราวพบเจอเจ้าชีวิต!
แต่คนเบื้องหน้าเป็นแค่ศิษย์คนหนึ่งของจี้โยว…
ตอนนี้อีกฝ่ายกลับบอกว่ามันนไม่มีคุณสมบัติจะร่วมมือด้วย?
“คิดจักสั่งสอนข้า ก็ต้องดูว่าเจ้ามีปัญญาสามารถหรือไม่!”
ได้ยินคำพูดวางตัวเหนือกว่าของหมี่ซวน จี้หยิ่งก็อึ้งไปพักหนึ่ง จากนั้นรอยยิ้มเย้ยหยันก็คลี่กางขึ้น สองตาเริ่มฉายแววเยียบเย็นเอาเรื่อง
พอเสียงของจี้หยิ่งดังจบคำ ทันใดนั้นบรรยากาศเหนือหุบเขาก็กลายเป็นตึงเครียดคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นดินปืนทันที!