และแทบจะเป็นเวลาเดียวกับที่พลังวิญญาณของหวู่หลงถูกหยุดลง รวมถึงช่วงเวลาที่หน้าหวู่หลงเปลี่ยนสี กฏเวลาที่ต้วนหลิงเทียนไม่ได้เชี่ยวชาญเท่ากฏมิติก็สิ้นพลังอานุภาพ พลังวิญญาณจู่โจมในรูปลักษณ์อัสนีสีดำสลัว ก็หลุดพ้นจากการหยุดเวลา และพุ่งเข่นฆ่าเข้ามายังหว่างคิ้วต้วนหลิงเทียนสืบต่อ
“หวงเอ้อ!”
ต้วนหลิงเทียนสั่งการในใจ ยังเป็นการสั่งจิตวิญญาณของกระบี่หลิงหลง 7 เปลี่ยน หวงเอ้อ โดยตรง
พริบตาต่อมาหว่างคิ้วต้วนหลิงเทียนก็ปรากฏแสงหลากสีพวยสาดส่องออกมา แสงหลากสีดังกล่าวยังเปล่งประกายงดงามนัก เพียงมองครั้งเดียวก็ชวนให้ผู้คนอดบังเกิดความหลงใหลไม่ได้ เพราะมันมีเสน่ห์เหลือเกิน
อย่างไรก็ตามมีคำกล่าวที่ว่า…
สิ่งที่สวยงามที่สุด มักเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด
และในตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นเช่นนั้นไม่มีผิดเพี้ยน!
ฟั่ฟฟฟ!
แสงหลากสีสันที่พวยพุ่งออกมา เป็นแสงกระบี่สายหนึ่ง หากนับดูจะพบว่ามันมี 7 สีดั่งสายรุ้ง เพียงปรากฏขึ้นสรรพสิ่งโดยรอบก็เสมือนหม่นหมองลง กระทั่งสีสันใดๆในฟ้าดินยังคล้ายซีดจางลงถนัดตา
เรียกว่าในห้วงเวลานี้ โลกหล้าในสายตาของทุกคน เสมือนคงเหลือเพียงแสงกระบี่สีรุ้งดังกล่าว…
“ไม่–!!”
ก่อนที่ผู้ที่ชมดูเรื่องราวโดยรอบจะทันได้ตอบสนองสิ่งใด หวู่หลงที่รู้สึกเสมือนถูกจิตสังหารจากแสงกระบี่สีรุ้งเพ่งเล็งก็หน้าซีดลงทันที โพล่งร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญ!