ขณะเดียวกัน ต้วนหลิงเทียนก็มองซ่างกวนอวิ๋นเฟิงด้วยสายตาจริงจัง เอ่ยออกเสียงหนัก “วันหน้าข้าจะฝึกฝนบ่มเพาะอยู่ในพันธมิตรสวรรค์ เว้นเสียแต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องให้ข้าลงมือ…หากไม่มีอะไร อย่าได้ให้ใครมารบกวนข้าเด็ดขาด”
“เรื่องนี้ขอจ้าววังน้อยอย่าได้กังวล”
ซ่างกวนอวิ๋นเฟิงพยักหน้ารับทั้งกล่าวรับปากออกมาเป็นมั่นเหมาะ “หลังจากข้ากลับไป ข้าจะระบุให้สถานที่แห่งนี้เป็นเขตหวงห้าม ไม่ให้ผู้ใดเฉียดเข้าใกล้และรบกวนการบ่มเพาะฝึกฝนของจ้าววังน้อยเด็ดขาด”
“เช่นนั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณผู้นำซ่างกวนล่วงหน้า”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
และคำขอบคุณอย่างจริงจังของต้วนหลิงเทียน ก็ทำให้ซ่างกวนอวิ๋นเฟิงรู้สึกปลื้มใจไม่น้อย “จ้าววังน้อยเกรงใจไปแล้ว นับเป็นเกียรติของข้าซ่างกวนอวิ๋นเฟิงที่ได้รับใช้จ้าววังน้อย”
สุดท้ายต้วนหลิงเทียนก็ทำการแลกเปลี่ยนลูกแก้ววิญญาณกับซ่างกวนอวิ๋นเฟิง จากนั้นก็โรยตัวลงไปยังหุบเขาอันแห้งแล้ง เพื่อหาทำเลเหมาะๆสำหรับสร้างที่พักสำหรับบ่มเพาะทันที
สมรภูมิ 9 ยมโลกนั้น ต่างจากสมรภูมิอเวจีอยู่บ้าง
ในสมรภูมิอเวจี นับประสาอะไรกับลูกแก้ววิญญาณ แม้แต่พลังภายนอกอื่นใดก็ไม่สามารถใช้ได้ จึงไม่มีใครใช้ยันต์อมตะ จานค่ายกล โอสถอมตะ หรืออุปกรณ์อมตะใดๆ
แต่ในสมรภูมิ 9 ยมโลกนั้นนอกจากจะจำกัดเรื่องไม่ให้ตัวตนขอบเขตเทพขึ้นไปเข้ามาแล้ว ก็ไม่มีข้อจำกัดอะไรอีก
ที่นี่ไม่ต่างอะไรจากระนาบเทวโลกขนาดย่อม