ต้วนหลิงเทียนย่อมตระหนักถึงสถานการณ์ตัวเองในปัจจุบันดี
ขณะเดียวกันเขายังรู้อีกด้วยว่าตอนนี้ตัวเขาต้องการอะไรมากที่สุด ‘ตอนนี้ที่ข้าต้องการไม่ใช่แค่สถานที่บ่มเพาะอันเงียบสงบ…แต่ข้ายังต้องการสถานที่ๆข้าสามารถต่อสู้ได้เต็มกำลัง กระทั่งสร้างแรงกดดันให้ข้าได้ ทั้งหมดนี้จะมีก็แต่ในสมรภูมิ 9 ยมโลกเท่านั้น’
หลังตัดสินใจได้แล้ว ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวแจ้งผู้เฒ่าหั่วกับเมิ่งหลัว ก่อนที่จะจากไป
แต่ต้นจนจบผู้เฒ่าหั่วกับเมิงหลั่วก็ทำได้แค่เฝ้าดูต้วนหลิงเทียนจากไป โดยไม่อาจขัดขวาง เพราะต่อให้คิดขัดขวางพวกมันก็ไม่มีปัญญาทำได้…
เพราะในปัจจุบันพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนสูงกว่าพวกมันไปมาก…
“ผู้เฒ่าหั่ว ข้าเกรงว่าท่านเองก็คงไม่คิดไม่ฝันกระมัง…ว่าหนุ่มน้อยในระนาบโลกียะที่ท่านบังเอิญพบเจอเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน วันนี้หลังจากผ่านไปแค่ไม่กี่ร้อยปีจะมีพลังกล้าแข็งถึงขนาดนี้?”
เมิ่งหลัวหันไปเอ่ยถามผู้เฒ่าหั่วที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ด้านผู้เฒ่าหั่วพอได้ยินก็ได้แต่คลี่ยิ้มแหยๆ “มิผิด…จู่ๆข้าก็รู้สึกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ชีวิตข้ามันไร้ค่าเยี่ยงสุนัขอย่างไรไม่ทราบ”
“เฮ่อ อย่าพูดเลย…พวกเราเองก็ต้องขยันให้มากเข้า หาไม่แล้ววันหน้าก็มีแต่จะถูกใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ รวมถึงนายน้อยทิ้งห่างออกไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ ”
เมิ่งหลัวกล่าวอย่างทอดถอนใจ
…