จิตวิญญาณของมันยังทรงพลังอำนาจอยู่ และการใช้ทักษะวิญญาณเพื่อเล่นงานศัตรูก็ยังคงน่ากลัวไม่แปรเปลี่ยน แต่บัดนี้ร่างกายของมันมีพลังฝึกปรือด้อยกว่าระดับจิตวิญญาณมาก และไม่อาจตามระดับจิตวิญญาณได้ทัน
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว วิหารเฟิงฮ่าวจึงทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อออกค้นหา…จนในที่สุดหลังจากผ่านไป 1 เดือนก็ได้รับผลอมตะหยวนปะทุมาอีกผล และก็มอบให้หมี่ซวนที่ชิงร่างถังซานเป่า จากนั้นเมื่อผ่านไปครบครึ่งปี ในที่สุดหมี่ซวนก็ทะลวงถึงขอบเขตจักรพรรดิอมตะ 10 ทิศได้อย่างราบรื่น
“ข้าย่อมรู้ข้อจำกัดของสมรมภูมิ 9 ยมโลกดี…”
ได้ยินคำพูดของหวู่หงชิง หมี่ซวนก็กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงไม่แยแส “เช่นนั้นข้าก็เลยคิดจะผนึกพลังวิญญาณของข้า เพื่อลอบเข้าไปในสมรภูมิ 9 ยมโลก…โดยไม่ให้อาคมและข้อจำกัดใดๆของสมรภูมิ 9 ยมโลกขับข้าออกมา”
“ทักษะเล็กน้อยเพียงเท่านี้ เผ่าภูตของข้ามีเป็นร้อยเป็นพันวิธีที่จะกระทำได้”
กล่าวถึงท้ายประโยค น้ำเสียงของหมี่ซวนก็ฟังดูภาคภูมิใจไม่น้อย
อย่างไรก็ตามผ่านไปครู่หนึ่ง สองตามันก็ทอประกายเรืองขึ้นคล้ายนึกคิดอะไรบางอย่าง ไม่นานนักความภาคภูมิใจในแววตาก็หายไป ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความดุร้ายรุนแรงอย่างไรชอบกล!
“เช่นนี้นี่เอง”