ีหน้าของฮั่วไห่โจวแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ ราวระเบียงข้างตัวถูกขยำแหลก
“ข้ามีบางสิ่งต้องทำ ขอตัวก่อน”
ฮั่วไห่โจวหายวับไปทันที
หลัวซู่อารมณ์ดี มองกลับไปที่สมรภูมิ จับจ้องยังชายผู้กำลังเล่นฉิน
นิ้วของเจียงผิงอันดีดสายฉิน ดื่มด ่ากับสำเนียงอันไพเราะ ขณะที่ด้ายไหมวิญญาณเหมือนเป็น ‘นักระบำ’ ร่ายรำตามจังหวะ เก็บเกี่ยวชีวิตผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบคนแล้วคนเล่า
มิอาจทราบว่าฆ่าไปกี่คน แต่ในที่สุด ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบก็ตระหนักแล้วว่าพวกตนมิอาจทำร้ายเจียงผิงอันได้เลย
ไร้ผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้อีก
ตู้ม!
ทันใดนั้น เสียงเปรี้ยงสนั่นก็ดังมาจากขอบ ‘มิติศาลาเซียน’
ยามศิษย์ทั้งหลายได้ยินเสียง พวกเขาก็ทราบว่า ‘มิติศาลาเซียน’เริ่มหดตัวแล้ว
ทุก ๆ หนึ่งชั่วยามผ่านไป มิติศาลาเซียนจะหดตัวลงหนึ่งในสิบการต่อสู้ก็จะยิ่งเข้มข้น
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งถลึงตามองเจียงผิงอัน ถามขึ้นอย่างสุดคับแค้นใจ “ทีนี้ทำเช่นไร? ไม่มีทางจัดการเขาได้เลย”
เจียงผิงอันผู้นี้บาดเจ็บสาหัสแท้ ๆ แต่กลับมิอาจเล่นงานได้ด้วยวิธีการใด ต้องทนเห็นเขาเล่นฉินตบหน้า เย้ยพวกตนซึ่งมีมากมายอยู่เช่นนี้
“ถอยก่อน ปล่อยเขาไว้ กอบโกยแต้มผลงานสำคัญกว่า” ใครบางคนพูดอย่างจนใจ
“ถอย? จะน่าอายไปหน่อยหรือไม่ คนมากมายเช่นนี้มายังล้มเขาไม่ได้จนต้องถอยเนี่ยนะ”
“เจ้าเก่งนักก็ไปจัดการเขาสิ!”
ผู้ฝึกตนมากมายสบถด่าก่อนจรจาก แม้ในใจพวกเขาจะเดือดดาลไม่ยินยอม แต่ก็ทำได้เพียงต้องทน