พอหมี่ซวนพูดจบคำ หมี่เยว่ที่เงียบมาตลอด ก็มองงจ้องหมี่ซวนครู่หนึ่งค่อยส่ายหน้าไปมาพลางกล่าว “หมี่ซวนเอย มาถึงตอนนี้แล้วเจ้ามิต้องเสแสร้งแสดงทำเป็นฮึดฮัดไม่รู้เรื่องอีกเลย…”
“ถึงแม้เรื่องที่หมี่เยี่ยนยึดร่างของผู้อื่นจะเป็นแค่การครอบครองร่างชั่วคราวมิได้ยึดร่างผู้อื่นถาวร แต่สิ่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเพิกเฉยกฏเหล็กในเผ่าภูตเรา ไม่เห็นหัวพวกเราอยู่ในสายตา…เจ้าไม่เพียงแต่จะชี้ทางสว่างให้น้องชายเจ้า แต่ยังไปเห็นดีเห็นงามกับมัน ให้ท้ายมันมันเพื่อชิงร่างผู้อื่นเขา!!”
กล่าวถึงจุดนี้น้ำเสียงของหมี่เยว่ก็เย็นลงปานจะแช่แข็งผู้คน “เพื่อเห็นแก่น้องชาย เจ้าที่เป็นถึงผู้นำเผ่ากลับไม่รู้จักแยกแยกแยะผิดชอบชัวดี! เจ้าไม่คู่ควรเป็นผู้นำเผ่าภูตเรา ยังไม่คู่ควรเป็นคนของเผ่าภูตเราด้วยซ้ำ!!”
“ผู้ใด!? เป็นผู้ใดมันใส่ร้ายป้ายสีข้าให้มีมลทินเช่นนี้?!”
หมี่ซวนเอ่ยถามเสียงหนัก ใส่อารมณ์เสมือนคนของขึ้นนัก หากเป็นคนที่ไม่รู้เกรงว่าจะคิดว่ามันโดนคนใส่ร้ายป้ายสีมาจริงๆ
“มีหลักฐานหรือไม่? หลักฐานเล่าอยู่ที่ใด!?”
ถึงแม้ว่าหมี่ซวนจะรู้ดีว่าการที่เผ่าภูตถึงขั้นขับไล่มันออกจากเผ่าก่อนที่มันจะกลับมาแบบนี้ ไม่พ้นต้องมีหลักฐานแล้วแน่นอน แต่มันก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามให้รู้ชัด
เรียกว่าต่อให้ต้อง ‘ตาย’ ก็ให้มันตายคาที่ไปเลย!
“เจ้าต้องการหลักฐาน?”