คำพูดของต้วนหลิงเทียนย่อมทำให้ฟงชิงหยางชื่นชมเป็นธรรมดา “ดีสำหรับกฏแห่งดินข้ายังพอชี้แนะให้เจ้าได้อยู่ อย่างไรก็ตามทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความเข้าใจของเจ้าเอง เหมือนกับมรรคากระบี่ของข้า”
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์”
ต้วนหลิงเทียนตอบกลับ จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นร่างหนึ่งที่พุ่งมาแต่ไกลด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด “ท่านอาจารย์ สักครู่ค่อยว่ากัน…รองจ้าววิหารฉีมาแล้ว”
“ต้วนหลิงเทียนเจ้าจะอยู่พักในวิหารเฟิงฮ่าวเราก่อนสักพัก เพื่อตีเหล็กตอนร้อน เริ่มทำความเข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏแห่งไฟกับดินต่อเลย หรือคิดจะกลับ?”
ฉีคงไห่เมื่อมาถึงเบื้องหน้าต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบคุณรองจ้าววิหารฉีสำหรับความกรุณา แต่ข้าคิดจะกลับไปกับท่านอาจารย์ช้าเลย”
ต้วนหลิงเทียนตอบ
“ไม่มีปัญหา ข้าจะพาเจ้าไปพบอาจารย์เจ้า”
ฉีคงไห่พยักหน้า และไม่ได้พูดอะไรอีก
ภายใต้การนำของอีคงไห่ ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็ได้เห็นอาจารย์เขาอีกครั้ง
และตอนนี้ใจที่เสมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายของต้วนหลิงเทียนก็พอได้โล่งไปเปราะหนึ่ง
ดูเหมือนวิหารเฟิงฮาวจะไม่ได้คิดเล่นไม่ซื่ออะไรกับเขา หรือแม้แต่เลือกจะกักขังเขาเอาไว้
ทว่าในขณะที่ต้วนหลิงเทียนพึ่งสังเกตเห็นการมาของฟงชิงหยาง ไม่ทันที่ที่จะได้กล่าวคำทักทายอะไร อยู่ๆก็แว่วเสียงแหวกผ่าสายลมดังขึ้นจากโดยรอบ
ฟุบ!