“พวกท่านเล่า คิดเห็นเช่นไร?”
หลังฟังความเห็นของชายชราทั้ง 2 ที่เป็นอาวุโสระดับสูงแล้ว สายตาของจ้าววิหารเฟิงฮาวก็ย้อนกลับมาตกยังร่างฉีคงไม่อีกครั้ง ก่อนจะมองไปยังชายชราคนสุดท้ายที่เป็นรองจ้าววิหารเฟิงฮ่าวดุจเดียวกับคงไห้
“รองจ้าววิหารฉี เชิญท่านออกความเห็นก่อนเถอะ…”
ชายชราเพียงหันไปมองนี่คงไม่พลางกล่าวเสียงเรียบ “อย่างไรเสียท่านก็พบเจอฟงชิงหยางนั่นมากกว่าข้า สุดท้ายข้ายังไม่เคยเจอมันด้วยซ้ำ”
ฉีคงไห่พยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นก็หันไปมองจ้าววิหารเฟิงฮ่าว เอ่ยออกด้วยน้ำเสียงลึกล้ำว่า “ท่านจ้าววิหาร ข้าเข้าใจสิ่งที่อาวุโสทั้ง 2 กล่าวดี แต่กับฟงชิงหยางนั่น ข้ารู้สึกว่ามันไม่ธรรมดาจริงๆ”
“ข้าเกรงว่ามันมิได้ง่ายดายเช่นเทพขั้นต่ำ”
“ถึงแม้ที่มาจะเป็นเพียงร่างอวตารกฎแห่งดินของมัน แต่ขากลับบังเกิดสังหรณ์อย่างแรงกล้าว่าถ้าข้าต้องประมือกับร่างอวตารกฎแห่งดินของมันจริงๆ ข้าไม่น่าจะเอาชนะมันได้”
นี่คงไห่เผยความกังวลใจออกมา
จ้าววิหารเฟิงฮ่าวไม่ทันได้พูดอะไร ก็เป็น 1 อาวุโสชราทั้ง 2 ก่อนหน้าเอ่ยขึ้นก่อน “รองจ้าววิหารฉี ครั้งนี้ข้าว่าสังหรณ์ของท่านผิดพลาดแล้ว”
“อาศัยเด็กน้อยขนอุยที่พึ่งบรรลุถึงขอบเขตเทพไม่กี่ร้อยปี เจ้าคิดว่ามันจะมีปัญญาทะลวงถึงขอบเขตเทพขั้นกลาง หรือแม้กระทั่งขอบเขตเทพขั้นสูงได้ในเวลาเพียงไม่กี่ร้อยปีเช่นนั้นหรือ?”
“เรื่องน่าขันอะไร!”