การสื่อสารครั้งนี้เป็นการสื่อสารภายในของวิหารเฟิงฮ่าว อาศัยค่ายกลลี้ลับบางอย่าง และในระนาบเทวโลกมีเพียงวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักกับสาขาย่อยเท่านั้นที่มีค่ายกลสื่อสารดังกล่าว
และค่ายยกลสื่อสารดังกล่าว ก็สามารถใช้ติดต่อกันข้ามระนาบเทวโลกได้
เพราะในขณะที่เอี้ยยาติดต่อไป มันยังอยู่ใน จี้เมี่ยเทียน 1 ใน 81 ระนาบเทวโลก ในขณะที่ฉีคงไห่อยู่ในระนาบอิสระที่ตั้งวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก
และในค่ายกลสื่อสารดังกล่าว ก็มีรอยประทับวิญญาณของตัวตนระดับสูงเอาไว้
ดุจเดียวกับเอี้ยยาเมื่อครู่ ตอนมันเปิดใช้ค่ายกลสื่อสาร เพียงระบุว่าจะติดต่อถึงฉีคงไห่ มันก็เพียงเลือกใช้รอยประทับวิญญาณของฉีคงไห่ในค่ายกล ก็สามารถติดต่อไปถึงฉีคงไห่ได้ทันที
‘จะแจ้งไปยังจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาซวนหยวนเทียนดีหรือไม่แจ้งดี?’
หลังจบการติดต่อกับเอี้ยยาแล้ว ฉีคงไห่ที่อยู่ในวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักก็คล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ คิ้วมันขมวดเป็นปมหลวมๆ
ก่อนหน้านี้หลังจบศึกอัจฉริยะสวรรค์ ยูไล ได้มาหามันเป็นการส่วนตัว
อีกฝ่ายกล่าวไว้ว่า หากทางวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักไม่มั่นใจว่าจะรั้งต้วนหลิงเทียนเอาไว้ได้ มันจะมาช่วยหาวิธีจัดการต้วนหลิงเทียนให้
กล่าวตามตรง ศึกอัจฉริยะรอบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันได้พบเจอยูไล
ในอดีตตอนที่ยูไลยังไม่ทะลวงถึงขอบเขตเทพ มันได้พบเจอยูไลครั้งหนึ่ง หากแต่ยูไลในปัจจุบันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากยูไลในอดีตโดยสิ้นเชิง