พอทั้ง 4 ปรากฏตัวออกมา แม้จะไม่ได้จงใจเผยพลังฝึกปรือ แต่แรงกดดันตามธรรมชาติของพวกมันก็แผ่ซ่านปกคลุมไปในบรรยากาศด้านหน้าวิหารเฟิงฮ่าวทันที ทำให้ทุกคนที่คิดมาทดสอบรับสมญานามบังเกิดความรู้สึกดดันไม่น้อย
ชายชราเคราดกที่เหินร่างขึ้นมากล่าวเตือนฟงชิงหยางกับต้วนหลิงเทียนด้วยความหวังดี ก็หน้าเปลี่ยนสี และเร่งรุดดิ่งร่างลงไปอยู่บนพื้นทันที
และพอมันเห็นว่าคนทั้ง 4 ของวิหารเฟิงฮ่าวบึ่งตรงไปหาชายหนุ่มทั้ง 2 ที่มันกล่าวเตือน สีหน้ามันก็เผยความเห็นใจออกมาทันที “พวกเจ้าหนุ่มนั่นจบสิ้นกันแล้ว…เจ้าคู่นี้ไม่พ้นนายน้อยตระกูลใหญ่ที่คึกคะนองและมั่นใจในตัวเองเกินไป หาเรื่องใส่ตัวกันแท้ๆ”
ในสายตาของชายวัยกลางคนร่างใหญ่เคราดก ถึงแม้ชายหนุ่มทั้ง 2 จะมีลักษณะท่าทางไม่ธรรมดา คล้ายศิษย์จากขุมกำลังไม่ก็คนของตระกูลใหญ่อะไรที่มีความเป็นมาไม่ใช่ชั่ว
อย่างไรก็ตาม ในจี้เมี่ยเทียน เกรงว่านอกจากพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์แห่งจี้เมี่ยเทียนแล้ว คงยากจะมีขุมกำลังไหนทัดเทียมวิหารเฟิงฮ่าวได้!
“เหอะๆ…เจ้าหนุ่มทั้ง 2 นั่นซวยแล้วล่ะ…”
“คนของวิหารเฟิงฮ่าว ไม่ชอบให้ผู้ใดดูหมิ่นพวกมันในลักษณะนี้อยู่แล้ว”
…
หลายคนที่มองจ้องต้วนหลิงเทียนกับฟงชิงหยางไกลๆ พากันคิดไปว่าทั้งคู่ต้องโดนดีแน่แล้ว…
อย่างไรก็ตาม ฉากเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ก็ทำให้พวกมันชมดูกันอย่างอื้ออึงอึ้งไปอยู่บ้าง