ต้วนหลิงเทียนรับคำด้วยรอยยิ้ม
“พี่เฟิงท่านจะพูดซ้ำซ้อนเกินจำเป็นทำอะไร”
กี่หลัวที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ก็โพล่งกล่าวกับต้วนหรูเฟิงเสียงดุ “หรือพี่ไม่รู้ว่าลูกชายของพวกเราเป็นคนอย่างไร? เมื่อพี่ใหญ่ฟงทำดีกับเทียนเอ๋อแบบนี้ เทียนเอื้อต่อให้ตายก็ต้องดีกับพี่ใหญ่ฟงแน่!”
“เป็นท่านแม่ที่เข้าใจข้าดีที่สุด!”
พอเสียงลี่หลัวดังจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็คลี่ยิ้มสดใสกล่าวเห็นด้วยกับลี่หลัว เรื่องนี้ทำให้ต้วนหรูเฟิงอดส่ายหัวไม่ได้ “แม่ลูกเข้าข้างกันดีจริงๆ”
“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าไม่กวนแล้ว ข้าไปหาพวกเฟยเอ๋อก่อน”
หลังกล่าวลาต้วนหรูเฟิงกับหลัวแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เห็นร่างไปยังหุบเขาเล็กๆไม่ไกลแห่งหนึ่ง เป็นหุบเขาที่ภรรยาเขาลี่เฟย ลูกสาวเขาต้วนซื้อหลิง และเพิ่งเทียนหวี่อาศัยอยู่
หุบเขาแห่งนี้แม้จะไม่ใหญ่โต แต่บ้านลานที่พักนั้นสร้างมาในลักษณะคล้ายเรือนสี่ประสาน มีห้องหับที่พักยิบย่อยมากมาย กระทั่งให้ 3 คนอาศัยอยู่ด้วยกันยังดูวังเวงไม่ใช่เล่นๆ
สำหรับต้วนเนียนเทียนลูกชายของต้วนหลิงเทียนนั้น อีกฝ่ายตั้งใจจะพักอยู่กับต้วนหลิงเทียน “ท่านพ่อ ท่านพักที่ไหนหรือข้าจะไปอยู่ฝึกฝนกับท่าน”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มมองลูกชายด้วยความชื่นชม “เจ้าตามพ่อไปหาปูเฟิงของเจ้าก่อนแล้วจากนั้นค่อยกลับไปที่พักกับพ่อ”
ปูเพิ่งที่ต้วนหลิงเทียนพูดถึงก็คือ เพิ่งหรู่เต้า บิดาของเพิ่งเทียนหวี่