“ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลกลใด แต่ที่แน่ๆคือมั่นใจได้เลย ว่าพลังฝีมือที่แท้จริงของต้วนหลิงเทียนสมควรเหนือกว่าคนใดคนหนึ่งในบรรดา 2 คนนั่นแน่…ส่วนเรื่องที่จะเอาชนะการกลุ้มรุมร่วมมือของทั้งคู่ได้หรือไม่ สิ่งนี้คงยากที่จะมีใครบอกได้แน่ชัด เพียงรอดูชมเถอะ ประเดี๋ยวทุกสิ่งที่อยากรู้ก็จักปรากฏเอง…”
…
ท่ามกลางเหล่าตัวตนระดับสูงของระนาบเทวโลกทั้งหลาย บ้างก็มั่นใจว่าต้วนหลิงเทียนต้องเปิดเผยพลังฝีมืออันน่าเหลือเชื่อแล้วเอาชนะถังซานเป่ากับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นพร้อมๆกันได้แน่ แต่บ้างก็คิดว่านี่เป็นเพียงบมทดสอบของฟงชิงหยางเท่านั้น หมายดูขีดจำกัดต้วนหลิงเทียนว่าจะรับมือ 2 สุดยอดอัจฉริยะในระนาบเทวโลกที่ร่วมมือกันได้แค่ไหน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกมันจะคิดคาดไปอย่างไร สุดท้ายทั้งหมดก็เป็นแค่จินตนาการของพวกมันเท่านั้น
สำหรับการต่อสู้ที่จะมาถึง นับว่าเป็นอะไรที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยอย่าใจจดใจจ่อนัก
และหลังจากการเฝ้ารออย่างอดทนของทุกคน ในที่สุดหลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม หลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็ได้ลืมตาขึ้นมาขณะเดียวกันก็ลุกขึ้นยืนกลางหาว หันไปมองกล่าวกับฉีคงไห่ว่า “รองจ้าววิหารฉี ข้าฟื้นฟูพลังกลับมาสมบูรณ์พร้อมแล้ว พร้อมจะสู้ได้ทุกเมื่อ”
“ทราบแล้วนายน้อยหลิง”
ขณะที่ฉีคงไห่ตอบคำหลิงเจวี๋ยอวิ๋นด้วยความสุภาพนอบน้อม ด้านถังซานเป่าก็ลืมตาและลุกขึ้นมาเหมือนกัน “อาจารย์อาฉี ข้าก็พร้อมลุยแล้วเหมือนกัน”