ฉีคงไห่กล่าวออกเสียงเรียบ อย่างไรก็ตามในใจของมันลอบโล่งอกไปเปราะหนึ่ง หากต้วนหลิงเทียนมีเรื่องที่ต้องจากไปจริงๆ ยอมหมายความว่าศิษย์หลานของมันหมดคู่แข่งไปอีกหนึ่งคน
ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นไม่ธรรมดาเกินไป
มันไม่กล้าพูดด้วยซ้ำว่าศิษย์หลานของมันจะสามารถเอาชนะต้วนหลิงเทียนได้แน่ๆ
“จักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยาง กฏการประลองศึกอัจฉริยะไม่อาจละเลย เรื่องนี้ท่านคงรู้ดีกระมัง…”
ฉีคงไห่กล่าวเสริม
“ข้าย่อมรู้เป็นธรรมดา”
ฟงชิงหยางพยักหน้า ค่อยกล่าวสืบต่อ “เช่นนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าคิดให้ต้วนหลิงเทียนสู้ก่อนกำหนด ตามกฏของศึกอัจฉริยะสวรรค์อย่างไรเล่า”
“หากข้าจำไม่ผิด…ในศึกอัจฉริยะสวรรค์มีกฏพิเศษรองรับกรณีบางอย่างในรอบ 30 คนสุดท้ายอยู่ข้อหนึ่ง นั่นก็คือหากมีสถานการณ์เร่งด่วนอันใด ก็สามารถท้าประลองนัดพิเศษได้ทุกเวลา”
“ด้วยอาศัยกฏดังกล่าว…หมายความว่าศิษย์ข้าต้วนหลิงเทียน ก็สามารถประลองชิงอันดับ 1 ได้ทันทีมิใช่รึ?”
ฟงชิงหยางกล่าว
“ท่านหมายความว่าอะไร?”
สีหน้าฉีคงไห่เปลี่ยนไปทันที เมื่อได้ยินฟงชิงหยางกล่าวถึงเรื่องกฏพิเศษออกมา และในใจของมันบัดนี้ก็ปั่นป่วนไปด้วยความตกใจทั้งเหลือเชื่อ
“ก็เป็นอย่างที่ท่านกำลังคิดนั่นล่ะ”
ฟงชิงหยางพยักหน้า “ข้าคิดจะให้ต้วนหลิงเทียนประลองกับ 2 คนที่มีอันดับเหนือกว่าพร้อมๆกันอย่างถังซานเป่ากับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ให้ทั้งคู่ร่วมมือกันสู้กับศิษย์ข้าได้เลย…”