และการตัดสินใจเลือกของนางก็ไม่มีใครว่าอะไร ยังเห็นว่านางตัดสินใจดี นับว่าเป็นผู้ฉลาดรู้สถานการณ์อีกคน
เมื่อเย่ตงลี่ไม่ได้ท้าทายใคร ฉีคงไห่ก็กวาดตามองไปยังอัฒจันทร์หลังหนึ่ง สุดท้ายสายตาก็ไปตงที่ร่างซือหม่ารุ่ย พลางถามออกมาเสียงดังฟังชัดว่า “ซือหม่ารุ่ย แล้วเจ้าเล่าจะท้าทายผู้ใดหรือไม่?”
“รองจ้าววิหารฉี ข้าเองก็ขอผ่านเหมือนกัน”
ซือหม่ารุ่ยส่ายหัวไปมา พลังฝีมือของมันแค่พอๆกับหงหยวนเท่านั้น มันรู้ดีว่าไม่ใช่คู่มือจงกุ้ยอวี่ ส่วนอีก 4 คนที่เหลือยิ่งไม่ต้องพูดถึง ออกไปสู้ก็มีแต่จะถูกผู้อื่นทุบตีเอาเจ็บตัวเปล่าๆ
“ต่อไป อันดับที่ 5 จงกุ้ยอวี่”
หลังจากที่ซือหม่ารุ่ยกล่าวคำยอมแพ้ ฉีคงไห่ก็หันไปมองจงกุ้ยอวี่อีกครั้ง และจงกุ้ยอวี่ก็เลือกที่จะขอผ่านทันที
พอจงกุ้ยอวี่ขอผ่าน บรรยากาศในสนามประลองไม่เพียงจะไม่หดหู แต่ยังกลายเป็นคึกคักเดือดพล่านขึ้นมาทันที “ในที่สุดก็วนมาถึงตาต้วนหลิงเทียนแล้ว! ต้วนหลิงเทียนคงไม่คิดจะยอมแพ้ใครโดยไม่สู้กระมัง?”
“ไม่มีทางหรอก! พลังฝีมือต้วนหลิงเทียนที่เผยออก ก็จัดว่าอยู่ในระดับยอดฝีมือเทพสงคราม 5 ดาราเช่นกัน! ถึงแม้อาจจะร้ายกาจไม่เท่าถังซานเป่า แต่กับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกันไม่ใช่รึไง?”
“พวกเจ้าว่ามันจะท้าหวงเฉวียนอันที่อยู่ในอันดับ 3 หรือไม่?”