ขณะเดียวกัน จ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาชวนหยวนเทียน จักรพรรดิอมตะมหาสริยันยูไล ก็หยีตามองหวงเฉวียนอันด้วยสองตาเป็นประกาย
น่าเสียดายที่ข้ามีร่างกายที่ต้องตาพึงใจอยู่แล้ว หากไม่มีต้วนหลิงเทียนนั่น ข้าจะยึดร่างเจ้าแน่นอน!”
ยูไลที่มองจ้องหวงเฉวียนอันลอบกล่าวในใจ กล่าวให้ถูกก็คือพระอาจารย์หมี่เยี่ยน!
“ความเข้าใจในกฎเวลาของมันไม่เลวเลยทีเดียว แต่อาศัยความสําเร็จระดับนี้ คิดจะบรรลุถึงขอบเขตเทพก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อย แต่สําหรับต้วนหลิงเทียนนั่น…ด้วยรากฐานของมัน หากข้าช่วงชิงมาได้ล่ะก็ อย่าว่าแต่บรรลุถึงขอบเขตเทพเลย กระทั่งโอกาสบรรลุถึงขอบเขตผู้แข็งแกร่งที่สุดยังมีหวังหลายส่วน!!
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ หากแต่สายตาของพระอาจารย์หมี่เยี่ยนในคราบยูไล ก็ได้ละออกจากหวงเฉวียนอันมาตกยังร่างต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง สองตายังลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งความโลภ ราวกับมันแทบรอลักพาตัวต้วนหลิงเทียนต่อหน้าผู้คนไม่ไหวแล้ว!
ขณะเดียวกัน เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งหลายที่ชมดูเรื่องราวอยู่ ก็ตระหนักเรื่องหนึ่งขึ้นได้ “หากรวมหงหยวนกับหวงเฉซียนอันผู้นี้อีกคนเท่ากับว่าศึกอัจฉริยะสวรรค์ครั้งนี้ก็มีเทพสงคราม 5 ดาราปรากฏตัวขึ้นมา 10 คนแล้วสิ?”
เทพสงคราม 5 ดาราอายุไม่ถึงพันปีปรากฏตัวขึ้นทั้งสิ้น 10 คนต่อให้มองย้อนไปในประวัติศาสตร์ของศึกอัจฉริยะสวรรค์ เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยนัก