สำหรับเรื่องนี้ ฉีคงไห่ไม่ได้แลดูแปลกใจอะไรแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่ามันทราบแต่แรกว่าหงหยวนมีพลังระดับเทพสงคราม 5 ดารา อย่างไรเสียสุดท้ายหงหยวนก็เป็นคนของวิหารเฟิงฮ่าว เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ที่มันจะไม่รู้ข้อมูลของหงหยวน
“ใช่จริงๆ”
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายเรืองขึ้นวูบหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มรู้สึกว่า ‘ไพ่ตาย’ ของวิหารเฟิงฮ่าวยิ่งมายิ่งลี้ลับ เพราะจนถึงบัดนี้พลังที่หงหยวนเผยออก ไม่ได้แตกต่างอะไรจากซือหม่ารุ่ยมากนัก ยากจะบ่งชี้ว่าในบรรดาพวกมันทั้งคู่ผู้ใดสูงต่ำ
“การประลองคู่ที่ 2 หงหยวนได้รับชัยชนะ”
พอฉีคงไห่ประกาศผู้ชนะจบ มันก็เรียกให้หมายเลข 5 กับ 6 ออกมาทันที
หมายเลข 5 กับ 6 ก็คือซูหลี่และหลิงเจวี๋ยอวิ๋ย
“เฮ่ย นั่นมันซูหลี่กับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นนี่?”
“เหอะๆ! นี่พวกมันจะไม่ดวงซวยไปหน่อยรึไง? โอกาสพบเจอกันเองมีเท่าไหร่กันยังจับฉลากมาเจอกันได้?”
…
ในสายตาของทุกคน ซุหลี่กับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นสมควรเป็นสหายกัน แต่ตอนนี้มิคาดการประลองนัดแรกในรอบสุดท้ายศึกอัจฉริยะสวรรค์ของทั้งคู่ กลับต้องมาพบกันเอง
“แล้วซูหลี่จะยอมแพ้เลยหรือไม่?”
หลายคนอดคิดไปทำนองดังกล่าวไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ไม่เพียงแต่เป็นสหายกัน แต่พลังฝีมือที่เผยออกมายังแตกต่างกันมาก โดยปกติแล้วผลลัพธ์ไม่มีอะไรที่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม ซูหลี่ไม่คิดยอมแพ้ แต่เลือกจะประมือกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น