“ไม่ใช่ยูไลลั่นวาจาไว้ว่าจะไปเยือนพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์งี้เมียเทียนเพื่อประมือกับจักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยางหรือไร? แต่ดูจากที่ถูกข่ายกระบี่ของจักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยางกักตัวไว้ บ่งบอกว่าพลังฝีมือมันด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด! แล้วยังจะกล้าหาเรื่องผู้อื่นเขาอีก?”
เหล่าอัจฉริยะในผาบรรพกาลไม่เพียงจดจําต้วนหลิงเทียนได้เท่านั้น แต่ยังจดจําฟงชิงหยางกับยูไลได้เช่นกัน และยังมองออกว่าตอนนี้ยูไลกําลังตกเป็นเบี้ยล่างฟงชิงหยางอยู่
“ใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์”
ในบรรดาอัจฉริยะรุ่นเยาว์ เหล่าอัจฉริยะที่ถูกวิหารเฟิงฮ่าวปลูกฝังมา เมื่อเห็นว่าสถานการณไม่สู้ดี ก็ตัดสินใจเผยตัว ก้าวออกมาประสานมือโค้งคารวะฟงชิงหยาง เร่งกล่าวว่า “ถึงแม้พวกเรามิทราบจ้าววิหารยูไลของวิหารเฟิงฮ่าวเราไปล่วงเกินท่านตรงที่ใด…”
“แต่ขอใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ฟงชิงหยางโปรดเมตตาไว้ไมตรีด้วย”
เหล่าอัจฉริยะนับโหลพากันกล่าววิงวอนฟงชิงหยางออกมา ทําให้ต้วนหลิงเทียนอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ด้วยไม่คิดเลยว่าอัจฉริยะที่ผ่านเข้าสู่รอบที่ 5 ของศึกอัจฉริยะสวรรค์ จะมีคนของวิหารเฟิงฮ่าวเป็นโหลแบบนี้
ขุมกําลังที่เหลือ อย่าว่าแต่ขุมกําลังระดับสวรรค์เลย กระทั่งให้เป็นขุมกําลังระดับพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ของระนาบเทวโลกต่างๆ แต่เกรงว่าอัจฉริยะที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบที่ 5 ได้ก็คงมีไม่เกินสองคน!