เนื่องจากค่ายกลดังกล่าวเป็นจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียนรุ่นแรกจัดตั้งด้วยตัวเอง และตอนที่จัดตั้งค่ายกลดังกล่าวมันก็บรรลุถึงขอบเขตเทพมานานปีแล้ว กล่าวได้ว่าเป็นยอดฝีมือขอบเขตเทพคนหนึ่ง
หลังก้าวเข้าสู่ค่ายกล สองตาต้วนหลิงเทียนก็เป็นประกายวับวาว บัดนี้ในสายตาเขาเมฆหมอกได้หายไปหมดสิ้น และปรากฏยอดเขาขนาดมหึมาให้เห็น
บนยอดเขาเต็มไปด้วยความเขียวขจีของธรรมชาติ กลิ่นหอมของบุปผานานาพรรณยังโชยแตะจมูกให้สดชื่นนัก
“พวกนั้นอยู่ด้านบนนู่นแน่ะ”
ถังซานเป่าที่แหงนมองชมดูที่ทาง ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างและชี้บอกพวกต้วนหลิงเทียนทันที พอต้วนหลิงเทียนกับคนอื่นมองตามไป ก็เห็นร่างอันคุ้นเคยบนยอดเขาสูงชัน
แน่นอนว่าเพราะระยะทางมันไกลห่าง ร่างแต่ละคนก็แลดูไม่ต่างอะไรกับจุดดำเล็กๆ
“หืม? มากันเกือบครบแล้วนี่นา…”
หลังเหินร่างขึ้นไปบนยอดเขา ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มสังเกตเห็นอัจฉริยะคนอื่นๆที่มาถึงก่อน และนับคร่าวๆก็เห็นจะมีกัน 70-80 คน ในบรรดาคนเหล่านี้ยังมีแม้กระทั่งคนที่ยังแลดูบาดเจ็บจากรอบที่ 4 ไม่หายด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม แม้พวกมันจะบาดเจ็บ แต่ก็เลือกที่จะอดทนเอาไว้
ต้วนหลิงเทียนก็พอเข้าใจได้อยู่
ที่พวกมันมาทั้งๆที่ยังบาดเจ็บ เพราะโอกาสเข้าสู่ผาบรรพกาลนั้นหาได้ยากมาก และไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะตระหนักรู้อะไรบางอย่างยังผลให้พลังฝีมือเพิ่มพูน ทำให้อัจฉริยะเหล่านี้เลือกที่จะมาที่นี่ก่อนจะกลับไปพักรักษาตัว