“เดิมทีข้าคิดว่าหากมันเป็นแค่ยอดฝีมือเทพสงคราม 3 ดารา มันอาจจะไม่ใช่คู่มือต้วนหลิงเทียน แต่ไม่คิดเลยว่าที่แท้มันจะเป็นเทพสงคราม 4 ดาราแล้ว เว้นเสียแต่ต้วนหลิงเทียนจะมีพลังระดับเทพสงคราม 4 ดาราด้วย ไม่งั้นเห็นทีคงยากจะรับมือมันไหว”
…
ความแข็งแกร่งในปัจจุบันเท่าที่เปิดเผยมาของต้วนหลิงเทียน ถูกวิหารเฟิงฮ่าวลงความเห็นไว้ว่าเป็นเทพสงคราม 3 ดาราชนชั้นยอดฝีมือเท่านั้น ทั้งหมดเพราะพวกมันไม่รู้ว่าต้วนหลิงเทียนเข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งบ้างแล้วหรือไม่
พลังของต้วนหลิงเทียนถูกมองจากพลังอำนาจของ 2 วิถีที่เผยออกมาเท่านั้น
“หมัดเท้าปักบุปผา”
ท่ามกลางทุกสายตา ต้วนหลิงเทียนที่เผชิญหน้ากับการลงมือเข่นฆ่าเข้ามาของโอวหยางชี่ แค่นคำดูแคลนเล็กน้อย จากนั้นก็ยกมือขึ้นอย่างไม่รีบไม่ร้อน ทว่าทันใดนั้นเองพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดผสานธาตุมิติก็เปล่งพลังอานุภาพ ก่อเกิดกระบี่มิติสีเทาออกมาเล่มแล้วเล่มเล่า
เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ! เปรียะ!
…
ยามกระบี่มิติสีเทาปรากฏออกมาเหินฉวัดเฉวียนรอบกายต้วนหลิงเทียน ห้วงมิติก็ปรากฏรอยแยกมืดดำวูบวาบไม่ต่างอะไรกับฝูงอสรพิษทมิฬ ราวกับกระบี่แต่ละเล่มมีพลังอำนาจฉีกได้กระทั่งห้วงมิติ!
และฉากเรื่องราวดังกล่าวก็ทำให้เหล่าอัจฉริยะฉือฮาไม่น้อย “อะไรกัน!? แค่กระบี่พลังของต้วนหลิงเทียนก็ร้ายกาจถึงขั้นฉีกห้วงมิติได้แล้วเหรอ!?”