จะอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ความแข็งแกร่งของซูหลี่จะเพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับวันแรกที่มาถึงหยวนสื่อเทียน แต่ก็มีความก้าวหน้าพอสมควร และบัดนี้พลังเขียนอมตะต้นกําเนิดก็ผสานรวมกับกฏทําลายล้าง กลายเป็นกระบุสีเลือดคลุมกาย พุ่งทะลวงผ่าวงล้อมห่าพิรุณลําแสงกระบี่ของทั่วป๋าผิงได้ไม่ยากเย็น
ต้วนหลิงเทียนที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์พอเห็นสถานการณ์ของซูหลี ใบหน้าที่สงบก็เริ่มยิ้มออกเพราะตอนนี้เห็นได้ชัดว่าซุหลี่กําลังเป็นฝายมีเปรียบ ดูเหมือนว่าการประลองครั้งนี้ โอกาสที่ซูหลี่ชนะจะมีมากกว่าแพ้หลายส่วน
และอย่างที่ต้วนหลิงเทียนคาดไว้ ซูหลี่ที่พุ่งฝ่าห่าพิรุณลําแสงกระบี่ของทั่วป๋าผิงมา ก็รุกไล่เสียจนทั่วป๋าผิงได้แต่เคลื่อนร่างหลบหนีไปพลาง ควบบคุมลําแสงกระบีจู่โจมสกัดกันซูหลีไปพลางเรียกว่าควบคุมพลังจนมือเป็นระวิง
บนสังเวียนบัดนี้ ซูหลี่สามารถรุกไล่เข้าถึงตัวทั่วป๋าผิงได้แล้ว ต่างรีดเค้นพลังความแข็งแกร่งขีดสุดระดับเทพสงคราม 3 ดาราออกมาเต็มพิกัด ร่างกระบี่สีเลือดกับร่างคนสีทองพร้อมกระบี่สีมรกตพัวพันกันอย่างแยกไม่ออก
ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ฟั่ฟ! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงหอนกระบี่ดังขึ้นจากสังเวียนไม่หยุดหย่อน ทั้งคู่ล้วนแล้วแต่เป็นเซียนกระบี่ไม่ต่างกระบี่ 2 เล่มที่ตวัดฟันเฉียวไปเดี๋ยวมา พร้อมพลังที่ใช้ออกอย่างแยบคาบ ทําให้การประมือแลดูลุ้นระทึกน่าตื่นเต้นไม่น้อย
“ทั่วป๋าผิงนับว่ายอดเยี่ยมสมคําร่ำลือจริงๆ!”